เธอ ‘หัวหน้าแม่มดแห่งเมียวเจี่ยง’ เกิดใหม่ในร่างสาวน้อยที่น่าสมเพชที่ถูกทุกคนรุมรังแก เธอกลายเป็นคนมีชื่อเสียงและโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจบันเทิงและกลายเป็นเจ้าชายแห่งชาติที่มีเสน่ห์ต่อหัวใจของหญิงสาว
เธอ ‘หัวหน้าแม่มดแห่งเมียวเจี่ยง’ เกิดใหม่ในร่างสาวน้อยที่น่าสมเพชที่ถูกทุกคนรุมรังแก เธอกลายเป็นคนมีชื่อเสียงและโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจบันเทิงและกลายเป็นเจ้าชายแห่งชาติที่มีเสน่ห์ต่อหัวใจของหญิงสาว
เมื่อหลิงจื่อออกจากห้องน้ำ เธอขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยเปื้อนสีดำบนเตียง เธอเปิดประตูแล้วพูดกับพยาบาลพิเศษว่า “เข้ามาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มหน่อย”
พยาบาลพิเศษยังหลับสนิทอยู่เลย เธอกอดหมอนข้างแน่น นอนอยู่บนเก้าอี้นุ่มข้างประตู
หลิงจื่อขมวดคิ้ว หยิบไม้แขวนเสื้อขึ้นมา จิ้มแขนเธอเบา ๆ “ตื่นได้แล้ว ลุกขึ้นไปทำงาน”
“อืม...” เธอขยี้ตาแล้วค่อย ๆ ลืมตา มีเด็กหนุ่มหน้าตาเรียวหวานยืนอยู่ตรงหน้า
“เปลี่ยนผ้าปูเตียงกับผ้าห่ม” หลิงจื่อพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางเดินกลับเข้าห้อง
หลิงจื่อนั่งลงบนโซฟา เปิดหนังสือพิมพ์ขึ้นอ่าน รอให้พยาบาลจัดการกับเตียง
พยาบาลเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว แก้ปัญหาได้รวดเร็วมาก
และเธอก็ไม่ได้ถามอะไรเลยว่าทำไมผ้าปูเตียงถึงเปื้อนเหมือนเอาไปกลิ้งในกองถ่านมา
เมื่อเดินออกมาพร้อมผ้าปูเตียงในมือ เธอเหลือบตามองเขาอย่างแปลกใจเล็กน้อย แล้วก็ปิดประตูให้เขาอย่างสุภาพ
หลิงจื่อปีนขึ้นเตียงแล้วหลับตานอนลง ดวงตาเธอหม่นลงเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
เช้าวันถัดมา
ตอนนี้เพิ่งหกโมงเช้า หลิงจื่อตื่นขึ้นมา เปลี่ยนเป็นชุดลำลอง เตรียมตัวออกไปวิ่ง หลังจากได้รับการรักษาจากถังหยวน เธอจะไม่ป่วยไปอีกหลายวัน
เธอจำเป็นต้องฝึกร่างกายให้แข็งแรงขึ้น เพื่อรับมือกับสิ่งที่จะตามมาในอนาคต
“จะไปไหนคะ” พยาบาลพิเศษที่เฝ้าประตูอยู่ลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอ
“ออกไปเดินเล่น” หลิงจื่อตอบเรียบ ๆ พลางเหลือบตามองหญิงสาวตรงหน้า หล่อนดูอายุประมาณยี่สิบต้น ๆ เธอไม่เข้าใจว่าหลิงเจิ้นเซิงไปหาผู้หญิงแบบนี้มาดูแลเธอทำไม
“ไม่ได้ ๆ เธอยังไม่หายดี เช้านี้มีหมอกเยอะ เดี๋ยวจะป่วยอีก”
“หลีกไป” หลิงจื่อขมวดคิ้ว คนนี้นี่น่ารำคาญจริง
แต่พยาบาลก็ยังยืนขวางอยู่ไม่ไปไหน สีหน้าจริงจัง “รอให้พระอาทิตย์ขึ้นก่อนเถอะ ไม่อย่างนั้นอาการของเธอจะยิ่งแย่ลง”
“งั้นไปซื้ออาหารเช้ามาให้ฉัน” หลิงจื่อหันหลังกลับเข้าไปในห้องพัก ถ้าเป็นผู้ชาย ป่านนี้เธอคงจัดการไปแล้ว แต่กับหญิงสาวบอบบางแบบนี้ เธอก็ทำไม่ลงจริง ๆ
“ค่ะ” เธอพยักหน้าแล้วเดินลงไปซื้ออาหารเช้าด้วยสีหน้างงงัน
หลิงจื่อแอบมองผ่านตาแมว รอจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายไปแล้ว เธอก็เปิดประตูออก เดินลงบันไดไป
อากาศด้านนอกสดชื่นมาก เธอรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น เห็นหลายคนกำลังวิ่งออกกำลังกาย เธอก็ก้มหน้าลง ดึงฮู้ดคลุมหัว แล้วเริ่มวิ่งรอบสวนด้วย
จนกระทั่งพยาบาลพิเศษมาตามตัวที่สวน
“กลับกันเถอะ” หลิงจื่อพูดเรียบ ๆ เดินอ้อมเธอเข้าโรงพยาบาล
ระหว่างที่อยู่ในลิฟต์ พยาบาลลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “ครอบครัวของเธอมาที่ห้องพักแล้วนะ”
“อืม” ถ้ามู่เสวี่ยหลิงยังไม่มาอีก ก็คงไม่ใช่หล่อนแล้ว
หลิงจื่อคาดไว้แล้วว่าพวกเขาจะมาวันนี้ จึงออกไปข้างนอกเพื่อให้พวกเขาได้อยู่กันตามสบาย
“แม่คะ หลิงจื่อตั้งใจแน่ ๆ เขารู้ว่าเราจะมาเลยหนีออกไป หนูนัดเสี่ยวเยว่ไปช้อปปิ้งวันนี้ด้วย เดี๋ยวก็สายหมด”
“พอเถอะ เขาป่วยอยู่ ต้องเข้าใจเขานิดนึง”
“ทำไมไม่ป่วยตาย ๆ ไปเลยนะ น่ารำคาญชะมัด”
หลิงจื่อผลักประตูเข้ามา ทำเหมือนไม่ได้ยินหรือมองเห็นใคร เธอเดินตรงเข้าไปล้างมือในห้องน้ำ
พยาบาลพิเศษมองหลิงจื่อด้วยความรู้สึกปวดใจ ไม่คิดเลยว่าครอบครัวของเขาจะเกลียดเขาขนาดนี้ และพูดอะไรแบบนั้นออกมา
เมื่อหลิงจื่อเดินออกมา เธอก็เหลือบตามองพวกเขาอย่างเฉยชา มู่เสวี่ยหลิงกับหลิงอิงนั่งอยู่บนโซฟา หลิงเซิงยืนอยู่ริมหน้าต่าง ส่วนหลิงเซียวก็นั่งอยู่บนเก้าอี้ แต่ละคนมีสีหน้าแตกต่างกัน
“เสี่ยวจื่อ รู้สึกยังไงบ้าง ดีขึ้นรึยัง” มู่เสวี่ยหลิงลุกขึ้นทันที พร้อมจะจับมือเขา