Your Wishlist

ย้อนชะตาเป็นฮูหยินตัวร้าย ข้าจะไม่ตายแทนใครอีกแล้ว! (ความจริงก่อนสิ้นลม)

Author: กระแทก

อดีตคนรักมอบยาพิษเป็นรางวัล ส่วนสามีที่นางทรยศกลับยอมตายแทน เมื่อย้อนกลับมาก่อนวันวิวาห์สามวัน เซียวเยว่หลันจึงแต่งเข้าจวนแม่ทัพอีกครั้ง เพื่อช่วยสามี ลวงชายชั่ว และส่งถ้วยยาพิษคืนเจ้าของ!

จำนวนตอน :

ความจริงก่อนสิ้นลม

  • 15/09/2569

ความจริงก่อนสิ้นลม

 

เซียวเยว่หลันไม่รู้ว่าตนเองนั่งนิ่งอยู่นานเท่าใด

 

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ถ้วยยาพิษยังคงวางอยู่ตรงหน้า ส่วนเสิ่นอวี้เฉินยืนหันหลังให้ เหมือนกับเริ่มหมดความอดทน

 

นางค่อย ๆ ยื่นมือไปหยิบถ้วย

 

ของเหลวภายในสั่นไหวตามมือที่ไร้เรี่ยวแรง กลิ่นขมแรงขึ้นจนทำให้คลื่นไส้

 

“ก่อนตาย ข้าอยากรู้เรื่องกู้ถิงหยวน”

 

ชื่อของชายผู้นั้นทำให้แผ่นหลังของเสิ่นอวี้เฉินแข็งขึ้นเล็กน้อย

 

“เหตุใดจึงถามถึงเขา”

 

“เขาตายแล้วมิใช่หรือ” เยว่หลันมองเงาสะท้อนของตนในน้ำยา “คนตายทำสิ่งใดเจ้าไม่ได้ เหตุใดเจ้าจึงต้องหวาดกลัวแม้กระทั่งชื่อของเขา”

 

เสิ่นอวี้เฉินหันกลับมา ดวงตาฉายความไม่พอใจ

 

“เขาเป็นกบฏ สมควรตาย”

 

“เขาคิดกบฏจริงหรือ”

 

“หลักฐานทั้งหมดชัดเจน”

 

“หลักฐานที่เจ้าสร้างขึ้น โดยใช้ตราพยัคฆ์ที่ข้าขโมยมาให้”

 

ใบหน้าของเขาเย็นลง

 

เยว่หลันหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่น้ำตายังติดอยู่บนขนตา

 

นางเพิ่งคิดได้ในตอนนี้เองว่า หลักฐานทุกชิ้นที่ใช้เอาผิดกู้ถิงหยวนล้วนผ่านมือนางทั้งสิ้น คำสั่งเคลื่อนทัพปลอมโดยใช้ตราที่นางขโมย บัญชีรายชื่อขุนนางฝ่ายแม่ทัพมาจากห้องหนังสือที่นางลอบเข้าไปค้น แม้แต่จดหมายลับที่พบในห้องนอนของกู้ถิงหยวน ก็เป็นนางที่แอบนำเข้าไปซ่อนไว้

 

นางรู้ว่าเขาถูกใส่ร้ายมาตลอด

 

เพียงแต่เวลานั้น นางเลือกไม่มองความจริง

 

“เขารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นคนขโมยตรา”

 

เสิ่นอวี้เฉินไม่ได้ตอบ

 

“ตอบข้ามา”

 

“รู้”

 

มือที่ถือถ้วยชะงัก

 

“เขารู้ตั้งแต่เมื่อใด”

 

“ตั้งแต่ก่อนเจ้าจะลงมือ”

 

เยว่หลันเงยหน้าขึ้นทันที

 

“เป็นไปไม่ได้”

 

หากกู้ถิงหยวนรู้แล้วเหตุใดจึงไม่จับนาง เหตุใดจึงยังปล่อยให้นางเข้าออกห้องหนังสือ เหตุใดจึงไม่ย้ายตราพยัคฆ์ไปซ่อนไว้ที่อื่น

 

เสิ่นอวี้เฉินหัวเราะในลำคอ

 

“แม่ทัพใหญ่ผู้ควบคุมกองทัพหลายแสนนายจะโง่จนไม่รู้หรือว่าในจวนของตนมีสายลับ เขารู้มาตลอดว่าเจ้าส่งข่าวให้ข้า”

 

“ถ้าเช่นนั้นเหตุใดเขาจึง…”

 

นางพูดต่อไม่ออก

 

ความทรงจำมากมายผุดขึ้นมาในศีรษะ

 

กู้ถิงหยวนไม่เคยถามว่านางไปพบผู้ใด ทั้งที่นางแอบออกจากจวนในยามวิกาลหลายครั้ง เขาไม่เคยลงโทษสาวใช้ของนาง แม้จับได้ว่าคนเหล่านั้นส่งข่าวออกไปด้านนอก

 

คืนที่นางเข้าไปขโมยตราพยัคฆ์ ห้องหนังสือไม่มีทหารเฝ้าแม้แต่คนเดียว

 

กล่องไม้ถูกวางอยู่บนโต๊ะอย่างง่ายดาย

 

ง่ายดายเกินไป

 

ราวกับเจ้าของตั้งใจให้นางหยิบมันไป

 

“ตราที่ข้าส่งให้เจ้า…”

 

“เป็นของจริง”

 

“แล้วเหตุใดเขาจึงปล่อยให้ข้านำไป”

 

เสิ่นอวี้เฉินหรี่ตาลง ดูเหมือนไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ ทว่าเมื่อเห็นแววตาร้อนรนของนาง เขากลับยิ้มอย่างมุ่งร้าย

 

“เพราะเขาต้องการดูว่าเจ้าจะหยุดมือหรือไม่”

 

เยว่หลันนิ่งงัน

 

“กู้ถิงหยวนรู้ว่าเจ้าจะขโมยตรา แต่ยังให้โอกาสเจ้าจนถึงวินาทีสุดท้าย เขารออยู่ด้านนอกห้องหนังสือตลอดทั้งคืน รอว่าเจ้าจะนำตรากลับไปวางไว้ที่เดิมหรือไม่”

 

ริมฝีปากของเยว่หลันซีดขาว

 

คืนนั้นหลังขโมยตรา นางเคยลังเล

 

นางนั่งอยู่ในห้องหนังสือนานเกือบหนึ่งชั่วยาม มือหนึ่งถือตรา อีกมือหนึ่งถือปิ่นดอกหลันของเสิ่นอวี้เฉิน นางคิดจะนำตรากลับไปวางหลายครั้ง

 

แต่สุดท้าย นางยังเลือกผู้ชายที่บอกว่ารักนาง

 

เมื่อเปิดประตูออกไป นางจำได้ว่าบริเวณระเบียงมีเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นสน

 

นางคิดว่าเป็นองครักษ์

 

ที่แท้คือกู้ถิงหยวน

 

เขายืนมองนางนำตราพยัคฆ์ของเขาไปมอบให้ชายอื่น

 

“เหตุใดเขาไม่เปิดโปงข้า” เสียงของนางสั่น “เหตุใดเขาจึงไม่บอกความจริงต่อราชสำนัก”

 

“เพราะเจ้าจะถูกประหารทั้งตระกูล”

 

เสิ่นอวี้เฉินเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาเต็มไปด้วยความสะใจ

 

“เขาจึงรับสารภาพในสิ่งที่ไม่ได้ก่อ เขายอมเป็นกบฏแทนเจ้า ยอมรับโทษประหาร และยังจะส่งคนมาช่วยเจ้าหนีออกจากเมืองหลวงในคืนก่อนถูกตัดสิน”

 

ถ้วยในมือเยว่หลันร่วงลงพื้น

 

ของเหลวสีเข้มกระเซ็นเปื้อนชายกระโปรง ถ้วยกระเบื้องแตกออกเป็นหลายชิ้น เสียงนั้นดังสะท้อนอยู่ในตำหนักร้าง

 

ขันทีทั้งสองตกใจจนรีบคุกเข่าลง

 

เสิ่นอวี้เฉินมองถ้วยที่แตก ก่อนขมวดคิ้วอย่างรำคาญ

 

แต่เยว่หลันไม่ได้สนใจอีกแล้ว

 

นางรู้สึกเหมือนโลกรอบตัวกำลังพังทลาย

 

“เขาส่งคนมาช่วยข้า?”

 

“น่าเสียดายที่คนของเขามาไม่ถึงตำหนักของเจ้า”

 

“เจ้าฆ่าพวกเขาหรือ”

 

“ข้าไม่ชอบปล่อยปัญหาไว้ภายหลัง”

 

คำตอบของเสิ่นอวี้เฉินทำให้เลือดในกายของนางเย็นเฉียบ

 

“แล้วกู้ถิงหยวน…”

 

“เขาตายในคุกหลวงเมื่อเจ็ดวันก่อน”

 

เสียงลมคำรามอยู่ด้านนอก

 

หิมะจำนวนหนึ่งปลิวผ่านหน้าต่างเข้ามา ตกลงบนเส้นผมของเซียวเยว่หลัน แต่ความหนาวนั้นไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกในอก

 

กู้ถิงหยวนตายแล้ว

 

ชายที่นางเกลียดมาตลอดหลายปี ชายผู้ซึ่งนางมองว่าเย็นชาและโหดร้าย กลับเป็นคนเดียวที่ยอมตายเพื่อรักษาชีวิตนาง

 

นางเคยกล่าวหาเขาว่าแต่งงานกับนางเพราะต้องการอำนาจจากสกุลเซียว

 

เคยด่าว่าเขาเป็นบุรุษไร้หัวใจ

 

เคยโยนอาหารที่เขานำมาให้ลงพื้น

 

ในยามที่เขาออกศึก นางไม่เคยออกไปส่ง แม้แต่ในวันที่เขาได้รับบาดเจ็บกลับมา นางยังกล่าวอย่างไร้เยื่อใยว่า เหตุใดจึงไม่ตายอยู่ที่ชายแดนเสียเลย

 

แต่ไม่ว่านางจะทำร้ายเขามากเพียงใด กู้ถิงหยวนไม่เคยตอบโต้

 

เขาเพียงมองนางด้วยสายตาสงบนิ่ง ก่อนเดินจากไปตามลำพัง

 

เยว่หลันเคยคิดว่าสายตานั้นว่างเปล่า

 

ถึงตอนนี้นางจึงเข้าใจ

 

สิ่งที่อยู่ในดวงตาของเขาไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน

 

“เขาพูดสิ่งใดก่อนตายหรือไม่”

 

นางถามด้วยเสียงแผ่วเบา

 

“เจ้าสนใจด้วยหรือ”

 

“บอกข้ามา!”

 

เยว่หลันตะโกนสุดเสียงเป็นครั้งแรก

 

ดวงตาของนางแดงก่ำ ร่างกายสั่นสะท้าน ท่าทางราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าไปฉีกเนื้อชายตรงหน้า เสิ่นอวี้เฉินถอยออกไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนยิ้มเย็นเพื่อกลบเกลื่อน

 

“เขาขอให้ข้าไว้ชีวิตเจ้า”

 

ลมหายใจของนางขาดห้วง

 

“เขาบอกว่าทุกอย่างเป็นความผิดของเขา เจ้าไม่รู้เรื่องใดทั้งสิ้น และหากต้องมีคนตาย ขอให้ตายเพียงคนเดียวก็พอ”

 

ขาทั้งสองข้างของเยว่หลันหมดเรี่ยวแรง

 

นางทรุดลงบนพื้น ดวงตาเหม่อลอยมองเศษถ้วยกระเบื้อง

 

ตลอดชีวิต นางคิดว่าตัวเองฉลาด

 

แต่ที่แท้ นางไม่เคยมองคนออกเลยสักครั้ง

 

นางมอบความรักให้ศัตรู และมอบคมมีดให้แก่คนที่รักนางจริง

 

นางฆ่ากู้ถิงหยวนด้วยมือตนเอง

 

“เหตุใด…”

 

เสียงสะอื้นหลุดออกมาจากริมฝีปาก

 

“เหตุใดเขาจึงยอมทำถึงเพียงนั้น”

 

เสิ่นอวี้เฉินมองนางด้วยสายตารำคาญ

 

“เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ”

 

เยว่หลันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

 

“กู้ถิงหยวนรักเจ้า”

 

คำตอบนั้นเข้ามาช้าเกินไป

 

ช้าไปเจ็ดวัน

 

และช้าไปตลอดชีวิตของนาง

 

น้ำตาของเยว่หลันไหลออกมาอย่างไม่อาจห้าม นางยกมือปิดปาก กลั้นเสียงร้องที่กำลังฉีกกระชากลำคอ ความทรงจำทุกอย่างเกี่ยวกับกู้ถิงหยวนย้อนกลับมาราวกับสายน้ำ

 

วันที่นางแต่งเข้าจวน เขายืนอยู่ข้างเตียงและบอกว่า หากนางไม่ยินยอม เขาจะไม่แตะต้องนาง

 

วันที่นางป่วย เขานั่งเฝ้าอยู่นอกห้องทั้งคืน แต่เมื่อนางตื่น เขากลับบอกเพียงว่าบังเอิญเดินผ่านมา

 

วันที่นางแอบไปพบเสิ่นอวี้เฉินจนถูกลอบทำร้าย กู้ถิงหยวนเป็นผู้พานางกลับมา แม้แขนของเขาถูกฟันจนเลือดไหล เขายังใช้เสื้อคลุมห่อตัวนางไว้แน่น

 

นางไม่เคยถามว่าเขาเจ็บหรือไม่

 

ไม่เคยกล่าวคำขอบคุณ

 

สิ่งเดียวที่นางพูดกับเขาคือ—

 

อย่าเข้าใจผิด ต่อให้ท่านช่วยข้า ข้าก็ไม่มีวันรักท่าน

 

ตอนนั้นกู้ถิงหยวนเงียบไปนาน ก่อนตอบว่า

 

ไม่เป็นไร

 

เพียงเจ้าปลอดภัยก็พอ

 

เยว่หลันก้มตัวลงจนหน้าผากแตะพื้น ความเสียใจถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก

 

“กู้ถิงหยวน…”

 

นางเรียกชื่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

 

แต่น่าเสียดายที่ชายคนนั้นไม่มีวันได้ยินอีกแล้ว

 

เสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ

 

“ช่างเป็นความรักที่น่าซาบซึ้ง”

 

เสิ่นอวี้เฉินกล่าวประชด

 

เยว่หลันหยุดร้องไห้

 

นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ความเศร้าในดวงตาเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างช้า ๆ

 

“เสิ่นอวี้เฉิน”

 

เป็นครั้งแรกที่นางเรียกชื่อเต็มของเขาโดยไม่มีความอ่อนโยนเจือปน

 

“เจ้าชนะแล้ว เจ้าฆ่ากู้ถิงหยวน กำจัดขุนนางที่ขวางทาง และกำลังจะฆ่าข้า ความลับทุกอย่างจะถูกฝังไปพร้อมกับคนตาย”

 

“รู้ก็ดีแล้ว”

 

“แต่เจ้าจงจำไว้”

 

เยว่หลันยันตัวลุกขึ้น แม้ร่างกายสั่นเทา แต่นางยังพยายามยืนตรง เงยหน้าสบตาชายที่เคยรักอย่างไม่ยอมแพ้

 

“หากสวรรค์มีจริง หากข้ายังมีโอกาสอีกครั้ง ข้าจะทวงคืนทุกสิ่งจากเจ้า”

 

เสิ่นอวี้เฉินหัวเราะ

 

“คนใกล้ตายมักพูดเพ้อเจ้อเช่นนี้เสมอ”

 

เขาสั่งให้ขันทีนำยาถ้วยใหม่เข้ามา

 

คราวนี้ขันทีไม่ได้วางถ้วยไว้ตรงหน้า แต่เข้ามาจับแขนของเยว่หลันไว้คนละข้าง

 

นางไม่ดิ้นรน

 

ไม่มีความจำเป็นต้องดิ้นอีกแล้ว

 

สิ่งเดียวที่ยังหลงเหลือในใจคือความแค้น

 

ขันทีบีบคางนางให้เงยขึ้น เสิ่นอวี้เฉินรับถ้วยยามาถือด้วยตนเอง ก่อนยกมันจ่อริมฝีปากของนาง

 

กลิ่นดอกเหมยลอยเข้ามาใกล้

 

เยว่หลันสบตาเขาไม่กะพริบ

 

“เจ้าจะไม่ได้ตายดี”

 

นางกล่าวชัดถ้อยชัดคำ

 

สีหน้าของเสิ่นอวี้เฉินเย็นเยียบ เขาเอียงถ้วย เทยาทั้งหมดลงในปากของนาง

 

ของเหลวร้อนและขมไหลผ่านลำคอ

 

เซียวเยว่หลันสำลัก แต่ถูกบีบกรามไว้จึงไม่อาจคายออกมาได้ นางถูกบังคับให้กลืนยาพิษลงไปจนหมดถ้วย

 

ไม่นานนัก ความเจ็บปวดก็เริ่มขึ้น

 

ประหนึ่งมีเปลวไฟเผาไหม้อยู่ในท้อง ก่อนลามขึ้นมายังหน้าอกและลำคอ ร่างกายของนางกระตุก เลือดสีแดงสดไหลออกจากมุมปาก

 

ขันทีทั้งสองรีบปล่อยมือ

 

เยว่หลันล้มลงบนพื้น

 

เสียงรอบตัวค่อย ๆ เลือนหาย ภาพตรงหน้าพร่ามัว นางเห็นรองเท้าของเสิ่นอวี้เฉินเดินผ่านไปยังประตูโดยไม่คิดหันกลับมามอง

 

บุรุษที่นางรักมาสิบปีกำลังทิ้งนางไว้ให้ตายเพียงลำพัง

 

ประตูตำหนักปิดลง

 

ความมืดกลืนกินทุกสิ่ง

 

เยว่หลันนอนขดตัวบนพื้น เลือดไหลออกจากปากไม่หยุด ทุกลมหายใจเต็มไปด้วยความทรมาน นางพยายามยกมือขึ้น แต่แขนกลับหนักอึ้งจนไม่อาจขยับได้

 

ในวาระสุดท้าย ใบหน้าที่ปรากฏขึ้นในความคิดกลับไม่ใช่เสิ่นอวี้เฉิน

 

เป็นกู้ถิงหยวน

 

นางเห็นเขายืนอยู่ใต้ต้นเหมยในชุดสีดำ หิมะเกาะบนเส้นผมและบ่ากว้าง เขามองนางด้วยสายตาสงบนิ่งเช่นทุกครั้ง

 

นางอยากเดินเข้าไปหาเขา

 

อยากกล่าวคำขอโทษ

 

อยากบอกเขาว่า นางรู้ความจริงแล้ว

 

แต่ไม่ว่านางจะพยายามเพียงใด ระยะห่างระหว่างทั้งสองกลับไม่ลดลงเลย

 

“กู้ถิงหยวน…”

 

นางเปล่งเสียงเรียกเป็นครั้งสุดท้าย

 

“ข้าผิดต่อท่าน…”

 

หยาดน้ำตาไหลผ่านหางตา ซึมหายไปบนพื้นไม้เย็นเฉียบ

 

“หากมีชาติหน้า…”

 

ลมหายใจของนางแผ่วลงเรื่อย ๆ

 

“ข้าจะไม่ทรยศท่านอีก”

 

เปลวไฟในโคมดับลง

 

ทุกสิ่งจมสู่ความมืดมิด

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป