Your Wishlist

ย้อนชะตาเป็นฮูหยินตัวร้าย ข้าจะไม่ตายแทนใครอีกแล้ว! (จุดจบของสตรีโง่งม)

Author: กระแทก

อดีตคนรักมอบยาพิษเป็นรางวัล ส่วนสามีที่นางทรยศกลับยอมตายแทน เมื่อย้อนกลับมาก่อนวันวิวาห์สามวัน เซียวเยว่หลันจึงแต่งเข้าจวนแม่ทัพอีกครั้ง เพื่อช่วยสามี ลวงชายชั่ว และส่งถ้วยยาพิษคืนเจ้าของ!

จำนวนตอน :

จุดจบของสตรีโง่งม

  • 15/09/2569

จุดจบของสตรีโง่งม

 

หิมะแรกของปีโปรยปรายลงมาเหนือเมืองหลวงอย่างไม่หยุดหย่อน

 

หลังคากระเบื้องสีดำของพระราชวังถูกปกคลุมด้วยสีขาว ทางเดินหินทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด โคมไฟใต้ชายคาสั่นไหวตามแรงลม เปลวเพลิงริบหรี่เสียจนแทบไม่อาจขับไล่ความมืดออกไปได้

 

ภายในตำหนักเย็นที่ถูกทิ้งร้าง สตรีผู้หนึ่งนั่งพิงเสาเตียงอยู่เพียงลำพัง

 

เสื้อผ้าสีขาวบนร่างของนางบางเกินกว่าจะต้านความหนาว เส้นผมที่เคยดำขลับและได้รับการดูแลอย่างดี บัดนี้กลับยุ่งเหยิงอยู่รอบใบหน้าซีดเซียว ข้อมือทั้งสองมีรอยแดงช้ำจากโซ่ที่เคยพันธนาการ แม้โซ่จะถูกปลดออกไปแล้ว แต่บาดแผลเหล่านั้นยังคงอยู่

 

เหมือนกับต้องการย้ำเตือนว่า ต่อให้นางไม่มีสิ่งใดผูกมัด ก็ไม่มีทางหนีออกจากที่แห่งนี้ได้อยู่ดี

 

เซียวเยว่หลันยกมือขึ้นกอดตัวเองแน่น

 

ปลายนิ้วของนางเย็นจนแทบไร้ความรู้สึก ลมหายใจของนางเปลี่ยนเป็นไอสีขาวจางไปเพราะความหนาวเย็น นางเงยหน้ามองหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท เห็นเกล็ดหิมะปลิวลอดเข้ามาตามช่องว่าง ก่อนจะตกลงบนพื้นไม้

 

หนาวเหลือเกิน

 

แต่ความหนาวนี้ยังไม่เท่าความว่างเปล่าในหัวใจ

 

นางถูกขังอยู่ที่นี่มานานกี่วันแล้วก็ไม่อาจนับได้

 

สิบวัน?

 

หนึ่งเดือน?

 

หรืออาจนานกว่านั้น

 

ในตำหนักเย็นไม่มีใครยอมตอบคำถามของนาง ขันทีที่นำอาหารมาส่งทุกวันมีใบหน้าเฉยชาเหมือนหุ่นไม้ ส่วนสาวใช้ที่เคยติดตามนางต่างหายไปหมด ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะสบตา

 

คนทั้งวังรู้ดีว่าชะตาของนางกำลังจะเป็นเช่นไร

 

มีเพียงตัวนางที่ยังไม่ยอมเชื่อ

 

เซียวเยว่หลันรอคอยคนผู้หนึ่ง

 

รอชายที่เคยบอกว่าจะรักนางไปชั่วชีวิต

 

รอชายที่นางยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา แม้กระทั่งทรยศสามีของตนเอง

 

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก

 

หัวใจที่เงียบงันของนางพลันเต้นแรงขึ้น

 

เยว่หลันรีบลุกจากเตียง ทว่าร่างกายอ่อนแรงเพราะอดอาหารมาหลายวัน เพียงเท้าแตะพื้น หัวเข่าก็ทรุดลงจนเกือบล้ม นางต้องคว้าเสาเตียงไว้จึงพอจะประคองตัวได้

 

ประตูตำหนักถูกเปิดออก

 

ลมหนาวพัดเข้ามาพร้อมละอองหิมะ

 

บุรุษร่างสูงในชุดคลุมสีดำก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอย่างช้า ๆ ลายมังกรสีทองที่ปักอยู่บนชายเสื้อสะท้อนแสงโคม ด้านหลังของเขามีขันทีสองคนติดตามมา คนหนึ่งถือโคม อีกคนถือถาดไม้สีดำ

 

บนถาดใบนั้นมีถ้วยกระเบื้องสีขาววางอยู่เพียงใบเดียว

 

เยว่หลันมิได้สนใจสิ่งใด นอกจากใบหน้าของบุรุษที่นางรอคอย

 

“อวี้เฉิน…”

 

เสียงของนางแหบพร่า

 

เสิ่นอวี้เฉินหยุดยืนอยู่กลางห้อง

 

บุรุษที่นางเคยคิดว่าอ่อนโยนที่สุดในใต้หล้าเขายังคงสง่างามเช่นเดิม คิ้วของเขาเรียวยาว ดวงตาสงบนิ่ง ริมฝีปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ หากเป็นเมื่อก่อน เพียงเขายิ้มให้นางเช่นนี้ เยว่หลันคงยอมมอบทุกสิ่งให้โดยไม่ลังเล

 

ทว่าวันนี้ รอยยิ้มของเขากลับทำให้นางรู้สึกหนาวยิ่งกว่าหิมะด้านนอก

 

“ในที่สุดเจ้าก็มาหาข้า”

 

เยว่หลันพยายามเดินเข้าไปหาเขา แต่ขาไร้เรี่ยวแรง นางซวนเซเดินไปได้เพียงสองก้าว

 

เสิ่นอวี้เฉินไม่ได้ยื่นมือมารับ

 

เขาเพียงถอยหลังครึ่งก้าว ปล่อยให้นางล้มลงตรงหน้า

 

เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นดังขึ้นในตำหนักว่างเปล่า ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนเยว่หลันต้องขบฟันแน่น ทว่านางไม่สนใจ นางเงยหน้ามองเขาด้วยความหวังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด

 

“เหตุใดจึงขังข้าไว้ที่นี่” นางถาม “ข้าส่งทุกอย่างให้เจ้าแล้ว ทั้งบัญชีลับ รายชื่อขุนนางฝ่ายแม่ทัพ รวมถึงตราพยัคฆ์ เจ้าบอกว่าเมื่อเรื่องทุกอย่างจบลง เจ้าจะมารับข้าออกไปไม่ใช่หรือ”

 

เสิ่นอวี้เฉินมองนางอยู่ครู่หนึ่ง

 

แววตาของเขาไม่มีความสงสาร ไม่มีความรู้สึกผิด และไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความรัก

 

“ข้าก็มารับเจ้าแล้วอย่างไรเล่า”

 

เยว่หลันชะงัก

 

“รับข้า?”

 

“ถูกต้อง” เขากล่าวพลางเหลือบมองถาดในมือขันที “ข้ามาส่งเจ้าด้วยตัวเอง”

 

หัวใจของนางหล่นวูบ

 

สายตาค่อย ๆ เลื่อนไปยังถ้วยสีขาวบนถาด กลิ่นขมจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นดอกเหมยลอยเข้ามาแตะจมูก

 

ยาพิษ

 

แม้นางไม่รู้ว่ายาในถ้วยคือสิ่งใด แต่ความหมายของมันชัดเจนเกินกว่าจะหลอกตัวเอง

 

“ไม่จริง…”

 

เยว่หลันส่ายหน้า

 

“เจ้าต้องการให้ข้าหายไปชั่วคราวเพื่อตบตาขุนนางฝ่ายอื่นใช่หรือไม่ เจ้าจึงส่งข้ามาอยู่ที่นี่ ข้าเข้าใจแล้ว อวี้เฉิน ข้าไม่โกรธเจ้า ขอเพียงเจ้าพาข้าออกไป ข้าจะไม่ถามอะไรอีก”

 

นางยื่นมือไปคว้าชายเสื้อของเขา แต่เสิ่นอวี้เฉินกลับปัดมือของนางออก

 

แรงนั้นไม่ได้มากมาย ทว่าสำหรับร่างกายที่อ่อนแรงของนาง มันมากพอจะทำให้นางล้มลงกับพื้นอีกครั้ง

 

“เซียวเยว่หลัน”

 

น้ำเสียงของเขาเย็นชาจนนางแทบจำไม่ได้

 

“จนถึงตอนนี้เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ”

 

นางเงยหน้ามอง

 

เสิ่นอวี้เฉินย่อตัวลงตรงหน้า ใช้ปลายนิ้วเชยคางนางขึ้น ท่าทางของเขายังคงอ่อนโยนเหมือนวันวาน แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความดูแคลน

 

“เจ้าไม่มีประโยชน์แล้ว”

 

คำพูดเพียงประโยคเดียวทำลายความหวังสุดท้ายจนแตกละเอียด

 

เยว่หลันมองเขานิ่ง ริมฝีปากสั่นระริก แต่กลับเปล่งเสียงใดไม่ออก

 

สิบปี

 

นางรักผู้ชายคนนี้มาสิบปีเต็ม

 

ตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กสาว นางก็เฝ้ามองเขาอยู่เสมอ เขาเคยมอบปิ่นดอกหลันให้นาง เคยยืนตากฝนรอนางอยู่หลังจวน เคยสัญญาว่าเมื่อได้ครองอำนาจ เขาจะแต่งตั้งนางเป็นสตรีหนึ่งเดียวเคียงข้างกาย

 

เพื่อคำสัญญานั้น นางยอมขัดราชโองการ

 

ยอมทำร้ายชื่อเสียงตัวเอง

 

ยอมแต่งเข้าจวนแม่ทัพ เพื่อเป็นสายให้เขา

 

และในท้ายที่สุด นางยอมขโมยตราพยัคฆ์ของสามี ส่งผลให้กู้ถิงหยวนถูกกล่าวหาว่าก่อกบฏ

 

ทุกสิ่งที่นางทำล้วนเป็นไปเพื่อเสิ่นอวี้เฉิน

 

แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียง...

 

เจ้าไม่มีประโยชน์แล้ว

 

“เหตุใด…”

 

เสียงของเยว่หลันเบาจนแทบถูกกลืนไปกับเสียงลม

 

“เจ้าบอกว่ารักข้า”

 

เสิ่นอวี้เฉินหัวเราะเบา ๆ

 

ไม่มีเสียงใดในโลกโหดร้ายไปกว่าเสียงหัวเราะนั้นอีกแล้ว

 

“หากข้าไม่บอกว่ารัก เจ้าจะยอมทำทุกอย่างให้ข้าหรือ”

 

เยว่หลันตัวแข็งทื่อ

 

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

 

“หมายความตามที่พูด” เขาปล่อยมือจากคางนาง ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดปลายนิ้วราวกับเพิ่งสัมผัสของสกปรก “เจ้าคิดจริงหรือว่าข้าจะรักสตรีที่เคยแต่งงานกับชายอื่น สตรีที่หักหลังสามีของตนได้ง่ายดายเช่นเจ้า หากวันหนึ่งเจ้าไม่พอใจข้า เจ้าจะไม่หักหลังข้าเช่นเดียวกันหรือ”

 

ทุกคำพูดเสมือนมีดที่ค่อย ๆ กรีดหัวใจของนาง

 

“แต่ข้าทำเพราะเจ้า”

 

“นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าตัดสินใจเอง”

 

“เจ้าสั่งให้ข้าหาตราพยัคฆ์!”

 

“ข้าเพียงเอ่ยขึ้นมา ไม่ได้จับมือเจ้าขโมยเสียหน่อย”

 

“บัญชีลับเล่า รายชื่อขุนนางเหล่านั้นเล่า เจ้าสั่งให้ข้าหามาให้ทั้งหมด!”

 

“แล้วอย่างไร”

 

เสิ่นอวี้เฉินยืนขึ้นเต็มความสูง ดวงตาก้มมองนางราวกับมองสิ่งที่ไร้ค่า

 

“มีผู้ใดบังคับเจ้าหรือไม่”

 

คำถามนั้นทำให้นางเงียบสนิท

 

ไม่มี

 

ไม่มีใครบังคับนาง

 

นางทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะเชื่อว่ามันคือความรัก

 

ช่างโง่งมนัก

 

โง่จนไม่น่าให้อภัย

 

น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาจากหางตา เยว่หลันไม่ได้ยกมือขึ้นเช็ด นางมองใบหน้าของชายที่เคยรัก พยายามค้นหาร่องรอยของบุรุษอ่อนโยนในอดีต แต่ไม่พบแม้แต่น้อย

 

หรือบางที บุรุษคนนั้นอาจไม่เคยมีอยู่จริง

 

“แล้วหว่านโหรวเล่า”

 

นางถามขึ้นเมื่อนึกถึงข่าวลือที่เคยได้ยินจากขันทีเฝ้าประตู

 

“เซียวหว่านโหรวอยู่ที่ใด”

 

เสิ่นอวี้เฉินไม่ได้ตอบทันที

 

แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็เพียงพอแล้ว

 

เยว่หลันรู้สึกราวกับถูกตบเข้าเต็มหน้า

 

“นางอยู่กับเจ้าใช่หรือไม่”

 

“นางกำลังตั้งครรภ์” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ “อีกไม่นานนางจะได้รับการแต่งตั้งเป็นชายารอง”

 

“ตั้งครรภ์…”

 

คำคำนั้นวนเวียนอยู่ในศีรษะของนาง

 

หว่านโหรวคือน้องสาวต่างมารดาที่คอยปลอบโยนนาง คอยรับฟังเรื่องราวระหว่างนางกับเสิ่นอวี้เฉิน และเป็นคนบอกนางเสมอว่า ควรเชื่อมั่นในความรัก

 

ชาติก่อน—ไม่สิ ชีวิตที่ผ่านมา—เยว่หลันคิดว่าหว่านโหรวคือคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่จริงใจกับนาง

 

ที่แท้ทั้งสองคนร่วมมือกันหลอกนางมาตลอด

 

“นางเป็นคนส่งข่าวเรื่องในจวนให้เจ้าใช่หรือไม่”

 

เสิ่นอวี้เฉินยิ้ม

 

“น้องสาวของเจ้าฉลาดกว่าเจ้ามาก นางรู้ว่าควรอยู่ข้างผู้ใด และรู้ว่าควรรักษาชีวิตตนเองเช่นไร”

 

เยว่หลันกำมือแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนมีเลือดซึม

 

“นางรู้เรื่องยาพิษถ้วยนี้หรือไม่”

 

“แน่นอน”

 

คำตอบรวดเร็วเสียจนไม่เหลือที่ว่างให้นางหลอกตัวเอง

 

เสิ่นอวี้เฉินหันไปพยักหน้าให้ขันที

 

ถ้วยยาพิษถูกนำมาวางตรงหน้าเยว่หลัน

 

ถ้วยกระเบื้องเนื้อดี สะอาดและงดงามเสียจนไม่เหมาะกับสิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน ไอร้อนลอยขึ้นบาง ๆ กลิ่นดอกเหมยเจือความขมกระจายอยู่รอบตัว

 

“ดื่มเสีย” เขากล่าว “อย่างน้อยเจ้าจะได้จากไปอย่างสงบ”

 

เยว่หลันมองถ้วยใบนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

 

“หากข้าไม่ดื่มเล่า”

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นอวี้เฉินหายไป

 

“ข้าจะสั่งให้นำตัวบ่าวไพร่ทุกคนในจวนสกุลเซียวมาประหารต่อหน้าเจ้า”

 

“เจ้า!”

 

“อย่าทำให้เรื่องยุ่งยากเลย เยว่หลัน” น้ำเสียงของเขากลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง “เจ้ารักข้ามิใช่หรือ เช่นนั้นก็ช่วยข้าเป็นครั้งสุดท้ายเถิด หากเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ผู้คนย่อมสงสัยเรื่องตราพยัคฆ์ หากเจ้าตาย ทุกความผิดจะตกเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”

 

ในที่สุดนางก็เข้าใจ

 

เขาไม่ได้เพียงต้องการให้นางตาย

 

เขาต้องการให้นางแบกรับความผิดทั้งหมดไปพร้อมกัน

 

ชื่อของเซียวเยว่หลันจะถูกจารึกในฐานะสตรีผู้สมคบคิดก่อกบฏ ส่วนเสิ่นอวี้เฉินจะเป็นบุรุษผู้ปราบคนชั่วและกอบกู้บ้านเมือง

 

แม้กระทั่งหลังความตาย นางก็ยังเป็นบันไดให้เขาก้าวขึ้นสู่ที่สูง

 

“ข้าอยากถามเจ้าอีกเรื่องหนึ่ง”

 

เยว่หลันเอ่ยขึ้น

 

“ว่ามา”

 

“ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เจ้าเคยมีใจให้ข้าบ้างหรือไม่”

 

ความเงียบแผ่คลุมตำหนัก

 

นางเฝ้ารอคำตอบ ทั้งที่ส่วนลึกในใจก็รู้ดีอยู่แล้ว

 

เสิ่นอวี้เฉินมองนางอย่างเฉยชา

 

“ไม่เคย”

 

สองคำสั้น ๆ กลับหนักหนายิ่งกว่าภูผาทั้งลูก

 

เยว่หลันหลับตาลง น้ำตาไหลผ่านแก้มโดยไร้เสียงสะอื้น

 

ในค่ำคืนนั้น สิ่งที่ตายไปก่อนร่างกายของนาง คือหัวใจที่รักเขามานานสิบปี...

กลับหน้าหลัก ตอนถัดไป