เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
แรกสุดผมเห็นแค่หน้า แต่พอประตูเปิดผมก็เห็นเธอเต็มตัว ตอนนี้กิ๊ฟกำลังยืนหน้าแดงบิดตัวไปมาด้วยท่าทางเขินสุดชีวิต ร่างขาวโพลนท่อนบนของเธอมีแค่เสื้อกล้ามสีขาวเนื้อบางตัวเล็กจิ๋วปิดทับอยู่แค่ชิ้นเดียว มันตัวเล็กมาก ๆ จนหน้าอกอวบเกินตัวของกิ๊ฟดันชายเสื้อลอยขึ้นมาจนเกือบเห็นฐานเต้า แถมยังบางเฉียบจนมองทะลุเห็นปลายถันได้เต็มตา
ส่วนท่อนล่างของกิ๊ฟก็เซ็กซี่ไม่แพ้ท่อนบน เธอใส่กางเกงในสีขาวแค่ตัวเดียว ไม่มีกางเกงหรือกระโปรงอะไรอีก ผมเลยเห็นท่อนขาขาว กับความโหนกนูนที่ผมเพิ่งได้เสพสัมผัสไปเมื่อคืนก่อนจนเป้ากางเกงของผมตุงโด่ขึ้นมา
"ส ... สวัสดีค่ะพี่หนุ่ม ..."
กิ๊ฟยืนแอ่นอกอวบอูมและเอาสองมือไขว้หลัง เธอส่งเสียงทักผมด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแตกตื่น หน้าของเธอแดงซ่านเหมือนกำลังเขินสุดชีวิต แต่ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะปกปิดเนื้อตัวไม่ให้ผมมองสักนิด หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือเธอเจตนาแต่งตัวแบบนี้ให้ผมดูอยู่แล้วตั้งแต่แรก
"... กิ๊ฟสวยจัง"
ผมกลืนน้ำลายลงคอดังอึกแล้วพูดชม สายตาของผมโดนเรือนร่างของน้องกิ๊ฟดูดไปจนหมด ท่าทางขี้อายกับการเสนอสนองของเธอเข้ากันได้อย่างลงตัวไม่น่าเชื่อ ผมไม่รู้ว่าทำไมเธอทำแบบนี้ แต่ก็รู้สึกว่าเสน่ห์ของเธอตอนนี้สุดยอดเอามาก ๆ
"ขอบ ... ขอบคุณค่ะพี่หนุ่ม"
กิ๊ฟตอบด้วยเสียงตะกุกตะกักเหมือนเดิม เธอยืนบิดส่ายไปมาจนเต้านมกระเพื่อม ผมชักจะเริ่มสงสัยว่าที่จริงแล้วเธอกำลังเขินหนักมาก หรือเธอเจตนาจะส่ายนมอวบ ๆ ของเธอเพื่อยั่วผมกันแน่
"พี่อยากคุยเรื่องเมื่อคืนก่อน"
ผมกลั้นใจพูดเข้าเรื่อง เพราะเจตนาแรกคืออยากขอโทษเผื่อกิ๊ฟโกรธที่ผมปล้ำเธอตอนเมา กับอีกอย่างก็คือผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในคืนนั้น แต่สองตายังมองนมเต้าอวบคู่นั้นของกิ๊ฟแทบไม่กระพริบ โดยเฉพาะตรงเม็ดจุกที่ดันเสื้อยืดออกมา รู้สึกได้เลยว่าตอนนี้เป้ากางเกงของผมกำลังบวมเป่งขึ้นมาแล้ว
พอพูดถึงเรื่องนี้นอกจากกิ๊ฟจะไม่ได้แสดงท่าทีโกรธอะไรแล้ว เธอยังสะดุ้งรีบพูดขอโทษผมหน้าตาเฉย ผมเลยงงหนักเข้าไปอีกว่าทำไมเธอต้องขอโทษผมด้วย
"หนูขอโทษนะคะ เรื่องคืนนั้น หนูไม่รู้ตัวเลยจริง ๆ หนูไม่น่าทำตัวแบบนั้น หนูทำให้พี่หนุ่มต้องเผลอนอกใจพี่โบกี้ หนูขอโทษนะคะพี่หนุ่ม"
"... ไม่รู้ตัว?"
"ค่ะ สงสัยหนูจะเมา มันเบลอ ๆ ร้อน ๆ วูบวาบ ยิ่งเห็นพี่หนุ่มมีอะไรกับพี่โบ หนูก็อยาก ... เอ่อ ... อยากโดนทำเหมือนพี่โบบ้าง หนูก็เลยเผลอยั่วพี่หนุ่มไป"
กิ๊ฟพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ เธอก้มหน้าไม่กล้าสู้สายตาผม ผมเลยยิ่งมองนมเธอได้สะดวกกว่าเดิม ท่าทางของเธอเหมือนเป็นฝ่ายทำความผิด แต่ความจริงแล้วผมคิดว่าผมต่างหากที่ทำเรื่องผิด เจอแบบนี้ผมเลยงงแล้วก็อึ้งไปอีกดอก
"เดี๋ยวนะ กิ๊ฟไม่โกรธเหรอ ที่โดนทำแบบนั้น ... ครั้งแรกของกิ๊ฟด้วยใช่หรือเปล่า"
"ค่ะ ครั้งแรก แต่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าเป็นพี่หนุ่มก็ไม่เป็นอะไร"
ผมมองท่าทางเขินอายของกิ๊ฟแล้วรู้สึกใจกระตุก ลมหายใจกลายเป็นหอบแรงขึ้น ผมรู้สึกเหมือนกำลังโดนยั่ว และอารมณ์ของผมก็กำลังพุ่งทะยาน ทั้งที่เมื่อคืนเพิ่งจะมีอะไรกับโบกี้ไปหลายยก
รู้สักตัวอีกทีผมก็เดินเข้าไปหากิ๊ฟ เธอยืนตัวสั่นมองผมด้วยสายตาเอียงอายแต่ไม่ได้แสดงท่าทางจะหลบหนี เสียงของเหล่าปีศาจร้ายในตัวผมก็เลยตะโกนร้องกันอย่างพร้อมเพรียงว่าให้ผมจัดการเธอซะ
ผมหยั่งเชิงด้วยการยื่นมือไปแตะแก้มนวลเนียนแล้วลูบเบา ๆ กิ๊ฟยืนนิ่งไม่หลบ เธอเงยหน้าขึ้นมองสบตากับผม ทั้งยังเอียงแก้มคลอเคลียเข้าหาฝ่ามือของผม ท่าทางของเธอคล้ายลูกแมวน้อยขี้อ้อนแสนน่ารักตัวหนึ่ง
"ทำไมล่ะ ทำไมกิ๊ฟยอม"
ผมถามพลางลูบมือไปตามแก้มเนียนนิ่ม กิ๊ฟมองผมอีกครู่หนึ่ง ถึงค่อยยอมเอ่ยปากตอบคำถามนี้
"หนูชอบพี่หนุ่ม พี่ใจดี"
"ชอบ?"
ผมทวนคำด้วยความงุนงง ผมไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเธอจะชอบผมได้ยังไง ในเมื่อเราก็เพิ่งจะได้คุยกันจริงจังเมื่อวาน พอตกกลางคืนผมก็ขึ้นเตียงกับเธอ แต่นอกจากนั้นแล้วเราก็ไม่ได้สนิทสนมกันเลย และผมไม่ได้ใช้แว่นวิเศษปรับความคิดอะไรของกิ๊ฟเลยสักนิดด้วยซ้ำ
"ค่ะ เพราะว่าพี่หนุ่มช่วยหนูโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน หนูก็เลยชอบพี่หนุ่ม ... คือ ... หนูอยากจะบอกว่า เมื่อวานหนูปฏิเสธข้อเสนอของพี่โต๋ แล้วหนูก็เลิกคบกับพี่โต๋แบบเด็ดขาดแล้ว"
กิ๊ฟพูดจบก็ระบายลมหายใจออกจนหน้าอกกระเพื่อมเหมือนโล่งอกขึ้นมาเล็กน้อย ผมมองเธอด้วยความแปลกใจที่เธอเอาเรื่องนี้มาบอกผม เธอคงไม่บอกเฉย ๆ แต่ต้องมีเป้าหมายอะไรบางอย่าง
"หนูเคยชอบพี่โต๋มากก็จริง แต่เราไม่เคยมีอะไรกัน อย่างมากก็แค่จับมือ หนูเกือบจะยอมให้พี่โต๋มีอะไรด้วยอยู่แล้ว แต่ว่าบ้านหนูเจอปัญหาเสียก่อน ทีแรกหนูนึกว่าพี่โต๋จะช่วยเหลือตอนที่หนูลำบาก แต่พี่โต๋กลับเหยียบย่ำซ้ำเติมหาเรื่องเอาเปรียบ หนูก็เลยได้เห็นธาตุแท้ของพี่โต๋ แล้วตอนนั้นพี่หนุ่มก็เข้ามา หนูไม่นึกเลยว่าอยู่ดี ๆ จะมีคนยื่นมือมาช่วยแล้วไม่เรียกร้องเอาอะไร"
"ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเหลือหนูไว้ หนูเอาเงินที่พี่ให้ไปจ่ายค่าเทอมค่าห้องหนี้สินทุกอย่างที่ค้างเอาไว้แล้ว เหลือเงินส่วนหนึ่งหนูจะเก็บไว้ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างประหยัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ หนูสัญญาว่าถ้าวันไหนหนูฟื้นตัวมีเงิน หนูจะรีบหามาคืนพี่ให้เร็วที่สุด"
"เรื่องเมื่อคืนนั้นหนูอาจจะเบลอ ๆ แต่หนูรู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไร ถ้าหนูไม่อยากทำหนูก็คงปฏิเสธได้ แต่หนูก็ยังเผลอตัวทำไปตามอารมณ์ หนูอยากจะบอกว่าหนูไม่ได้เสียใจเรื่องที่ทำไป และหนูเองก็มีความสุขมากที่ได้มีอะไรกับพี่แบบนั้น"
"พี่แป้งก็เหมือนพี่สาวของหนู พี่โบกี้ก็เป็นเพื่อนสนิทของพี่แป้ง หนูไม่รู้ว่าพวกพี่มีความสัมพันธ์ซ้อนกันยังไง แต่หนูรับรองว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับไม่ให้พี่โบรู้"
กิ๊ฟมองสบตากับผมแล้วพูดระบายออกมาเป็นชุด ผมไม่แปลกใจนักเพราะเดาเรื่องพวกนี้ไว้บ้างแล้ว ยกเว้นก็แต่เรื่องความรู้สึกของเธอตอนเสียสาวให้ผม พอได้ยินว่าเธอไม่โกรธ ผมก็เลยโล่งใจแล้วเผลอถามคำถามที่ตรงไปตรงมาเกินไปสักหน่อย
"หัวใจหนูเต้นแรงตอนที่พี่ให้เงินแล้วก็เดินหนีไปเหมือนไม่หวังสิ่งตอบแทน พี่ช่วยฉุดหนูจากหลุมบ่อ แต่พี่ไม่ได้เรียกร้องอะไรตอบแทนเลย ตั้งแต่ตอนนั้นหนูก็ใจเต้นแรงทุกครั้งที่เจอพี่"
เสียงตอบของเธอทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้นมา จะว่าไปมันก็ฟังดูมีเหตุผล ก่อนหน้านี้พี่โต๋คนที่เธอคบเป็นแฟนไม่ได้ช่วยเหลือเธอ แต่เลือกที่จะสร้างเงื่อนไขให้เธอใช้ร่างกายแลกเงิน เธอคงจะรู้สึกแย่มากพอดู แต่พอผมโผล่เข้าไปช่วยแบบไม่เรียกร้องอะไร อารมณ์ของเธอก็เลยอาจจะตีกลับมาในแง่บวก
ผมมองกิ๊ฟด้วยความรู้สึกแปลก ๆ เพราะว่าเธอแตกต่างจากคนอื่น โบกี้ แป้ง และน้องแอลอาจจะรักผม แต่ว่าผมได้สนิทสนมกับพวกเธอก็เพราะพลังของแว่นวิเศษ ส่วนกิ๊ฟนั้นผมไม่ได้ใช้พลังอะไรของแว่นเลย เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เปิดใจรับผมเข้าไปด้วยตัวเธอเอง
"... หนูรู้ว่าพี่หนุ่มคบกับพี่แป้งกับพี่โบกี้ก่อนหน้าแล้ว หนูเองก็ไม่อยากเข้าไปแทรก ... ถ้าพี่ไม่รังเกียจ หนูอยากจะเป็นเด็กเลี้ยงของพี่หนุ่ม พี่อยากจะทำอะไรกับหนูเมื่อไหร่ก็ได้ หนูรับรองว่าจะเก็บเป็นความลับไม่บอกใครเด็ดขาด"
"เมื่อวานหนูคุยกับที่บ้านแล้ว ที่บ้านกำลังแย่ ไม่มีเงินส่งเสียหนู พ่อแม่ขอให้หนูพักการเรียนแล้วไปช่วยที่บ้านทำงานหาเงินก่อน หนูไม่รู้ว่าต้องทำยังไง หนูเลยปรึกษาพี่แป้ง แล้วพี่แป้งก็บอกให้หนูมาขอให้พี่หนุ่มช่วย หนูไม่ขออะไรมาก ขอแค่ให้พี่ช่วยค่าเทอมกับค่ากินอยู่ทั่วไปก็พอ หนูจะย้ายไปอยู่หอพักที่ราคาถูกกว่านี้"
สาวร่างเล็กขี้อายคนนี้ปกติจะไม่ค่อยพูดอะไรมากความ แต่พอเธอพูดออกมาก็ตรงประเด็นเสียจนผมตั้งตัวไม่ทัน สรุปว่าเธอปฏิเสธข้อเสนอของพี่โต๋ แต่เลือกที่จะยื่นข้อเสนอนั้นให้ผมแทน เพราะแบบนี้เองเธอถึงได้บอกว่าเลิกคบกับพี่โต๋โดยเด็ดขาดแล้ว