เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
วันนี้โบกี้ไม่ว่างเพราะพ่อแม่มาเยี่ยม ส่วนแป้งเองผมก็เพิ่งจะลุยกับเธออย่างหนักจนสลบเหมือดไปเมื่อคืน อารมณ์หื่นก็เลยไม่มากเท่าที่ควร วันนี้หลังเลิกเรียนตอนบ่าย ผมเลยเปลี่ยนแผนขับรถออกมารับคุณหนูสวย เริด เชิด หยิ่ง อย่างน้องแอล และตอนนี้น้องแอลก็กำลังนั่งทำหน้านิ่งเย็นชาเหมือนตุ๊กตาน้ำแข็งในชุดนักเรียนมัธยมปลายอยู่บนเบาะที่นั่งด้านข้างผมเอง
"ร้อนหรือเปล่า ดื่มน้ำหน่อยมั้ยแอล"
ผมหันไปถามเพื่อทำลายความเงียบบนรถ เพราะตั้งแต่ขึ้นรถมา น้องแอลเธอก็นั่งคอตรงนิ่งเหมือนคุณนายไฮโซไม่ค่อยยอมพูดยอมจากับผมสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าถามคำตอบคำอะไรแนวนั้นได้เลย และตอนนี้พอผมถามออกไป น้องแอลก็เหลือบมองผมด้วยหางตาทีหนึ่ง จากนั้นก็หันกลับไปมองทิวทัศน์ข้างทางตามเดิมโดยไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ
เจอกับสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ตอนนี้คงอยู่ในสภาวะตึงเครียดหงุดหงิดทำตัวไม่ถูก แต่ผมรู้สึกเฉย ๆ สบาย ๆ ไม่เกร็งไม่เคร่งเครียดอะไรสักนิด เพราะผมรู้ว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปแบบภาพที่เห็นภายนอก เมื่อวานนี้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับน้องแอลตอนที่เธอโดนพลังของแว่นสะกดไว้ และผมคิดว่าในบางแง่แล้ว ผมอาจจะรู้จักนิสัยของเธอดีกว่าตัวเธอเองเสียด้วยซ้ำ
"ไม่ต้องเขินมากหรอกนะแอล รับรองว่าพี่ไม่กัดแอลแน่ ๆ แล้วที่นัดมาเจอกันวันนี้ก็เป็นแอลเองนะที่เป็นคนนัด"
พอเธอไม่ยอมตอบ ผมก็เลยพูดหยอกไปด้วยน้ำเสียงหัวเราะจนเธอหันมามองค้อน แต่แค่แวบเดียวก็รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแล้วนิ่งเงียบ ผมรู้สึกเหมือนหน้าขาวใสของเธอจะแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย และมือของเธอกำลังขยุ้มกำกระโปรงนักเรียนอยู่ด้วย
เห็นท่าทางเหมือนกำลังโกรธของเธอแบบนี้ผมก็แอบยิ้มขำ เมื่อวานผมเคยถามเธอว่าถ้าไปเที่ยวกับผู้ชายที่แอบชอบเธอจะรู้สึกยังไง เธอตอบผมว่าเธอจะเขินมากจนทำตัวไม่ถูก แต่จะพยายามนิ่งไม่แสดงออก แต่หากเธอเขินมาก ๆ จนทำตัวไม่ถูก เธอจะมีนิสัยกำเสื้อหรือกระโปรง
ตอนนี้ผมก็เลยเริ่มแน่ใจว่าที่เธอตีหน้านิ่งเย็นชาไม่พอใจนั้นไม่ใช่รู้สึกไม่ดีกับผม ไม่งั้นเธอคงไม่มีทางนัดเจอผมด้วยตัวเธอเอง ที่จริงแล้วเธอก็แค่เขินตามประสาเด็กผู้หญิงวัยรุ่นไร้เดียงสาคนหนึ่ง แต่เธอไม่ทราบว่าจะแสดงออกมาอย่างไรไม่ให้เสียกิริยา เพราะเธอถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่าให้ระมัดระวังเรื่องนี้อย่างหนัก
เมื่อเธอไม่ยอมยอมตอบ ผมก็ไม่คาดคั้นอะไร ตอนรถจอดติดไฟแดง ผมแค่แอบหันไปมองรูปร่างของน้องแอลแล้วแอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึก หัวใจผมเต้นแรงคล้ายกับตอนใกล้ชิดโบกี้ ตอนนี้เธออยู่ในชุดนักเรียนเรียบร้อยตามระเบียบไม่ได้อวดสัดส่วนอะไรมากมาย แต่ว่าเธอสวยน่ารักมากจนปิดบังไว้ไม่อยู่
หน้าอกของเธอมันดันชูชันขึ้นมาเป็นก้อนกลมจนผมรู้สึกร้อนวาบ ยิ่งมองสำรวจไปทั่วเนื้อตัวของเธอ ผมก็รู้สึกได้ว่าปีศาจร้ายในตัวกำลังตื่นขึ้นมา ทั้งที่เมื่อคืนผมเพิ่งระบายใส่แป้งไปจนน่าจะหมดแรงแล้ว แต่ผมยังไม่คิดจะทำอะไรน้องแอลวันนี้หรอกนะ ถึงหนอนน้อยของผมจะยังพอมีแรงผงกหัวชูคออยู่บ้าง แต่ถ้าจะใช้งานหนัก ผมเกรงว่าจะไม่ไหว และเวลาของเราก็คงมีไม่มากที่จะให้ผมสอนเรื่องเสียว ๆ ให้คุณหนูแสนสวยคนนี้ อีกแค่ไม่เกินสี่ชั่วโมงเธอก็ต้องกลับถึงบ้านแล้ว
ผมเข้าเกียร์รถแล้วขับผ่านสี่แยกไฟแดงโดยไม่ได้พูดอะไรอีก น้องแอลเองก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งนิ่งทำหน้าเย็นชา ตอนนี้เธอดูเหมือนจะเริ่มปรับอารมณ์ได้แล้ว เธอเลยกลับมานั่งหน้านิ่งตัวตรงเหมือนก่อนหน้า แต่ผมสังเกตเห็นว่าเธอจะแอบชำเลืองสายตามามองผมด้วยหางตาเป็นระยะแบบเงียบ ๆ
ถ้ามองเผิน ๆ แล้ว สายตาของเธอจะดูเหมือนระแวดระวัง หยามเหยียด ไม่ไว้ใจ และไม่เป็นมิตร ลองนึกภาพมีคนทำหน้านิ่ง ๆ นั่งเชิดหน้าคอตรงไม่แสดงอารมณ์ แล้วคอยแอบมองคุณด้วยหางตาดูนะครับ ผมว่าทุกคนคงจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับสายตาและท่าทางแบบนั้นก่อนเป็นอันดับแรก คือมันเหมือนออกแนวรังเกียจหรือโกรธอะไรแนวนั้น
ผมเองพอโดนมองด้วยสายตาแบบนั้นก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวไม่ค่อยสบายใจ แต่ผมยังพอเชื่อมั่นประสิทธิภาพของแว่นวิเศษอยู่ และผมเชื่อในข้อมูลที่ผมได้มาจากน้องแอลเมื่อวาน ซึ่งหากจะพิจารณาให้ดีและมองในอีกแง่มุมหนึ่งแล้ว ท่าทางของน้องแอลนั้นเหมือนเด็กสาวที่เผลอแอบหลงรักผู้ชายสักคน แต่ว่าไม่กล้าแสดงออกมาให้เห็น
ความเชื่อมั่นของผมไม่ได้มาแบบเลื่อนลอยหรือมโนเอาเอง แต่มาจากความเชื่อมั่นในแว่นวิเศษ ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผม ผมไม่สามารถสั่งการหรือควบคุมการกระทำของเธอได้ แต่ว่าผมได้จัดการฝังความทรงจำบางอย่างไว้ในหัวเธอแล้ว
'ผมเคยช่วยชีวิตน้องแอลตอนเธอจมน้ำสมัยเด็ก'
'ผมเคยเสี่ยงชีวิตช่วยน้องแอลจากโจรลักพาตัวเรียกค่าไถ่'
'น้องแอลแอบรักผม แต่ไม่กล้าแสดงออกเพราะกลัวที่บ้าน'
'น้องแอลมีความสุขและรู้สึกปลอดภัยมากตอนอยู่กับผม'
'เธอรู้ว่าผมมีแฟนแล้ว แต่ก็ยังหลงรักผมอยู่ดี'
คำสั่งพวกนี้ล่ะครับที่ผมแอบใส่เข้าไปในความจำของเธอ ถึงแม้บางอย่างจะไม่จริงและไม่เคยเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่นเรื่องจมน้ำหรือเรื่องโดนลักพาตัว แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเชื่อแบบนั้นจากใจจริง ไม่งั้นเธอคงไม่เป็นฝ่ายนัดเจอกับผมเอง ถึงจะแอบทำหน้าบูดเย็นชาตลอดเวลาก็เถอะ
"ถึงแล้วล่ะ"
ผมส่งเสียงเรียกเมื่อขับรถไปถึงที่หมาย แอลที่นั่งทำหน้านิ่งมองกระจกเมื่อได้ยินเสียงของผม เธอก็เริ่มมองซ้ายมองขวาเหมือนไม่รู้ตัวว่ารถจอดลงแล้ว และนั่นหมายความว่าเธอไม่ได้มองข้างทางอย่างที่เธอแสดงออก
"พามาทำอะไรที่นี่คะ"
"อ้าว แอลบอกว่าอยากเดินดูซื้อของแปลก ๆ ไม่ใช่เหรอ ก็ที่นี่แหละตลาดนัด มีของแปลก ๆ ให้เลือกเยอะเลย"
"... ไม่เอาค่ะ ... สกปรกโสโครก ร้อน เหม็น คนเยอะ เชื้อโรคก็เยอะ ... ที่แบบนี้เป็นที่ของพวกคนจนชั้นต่ำไม่มีเงิน"
น้องแอลเธอนั่งตัวตรงปรายตามองไปมารอบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากปฏิเสธเสียงแข็งออกมาจนผมอึ้งไปหนึ่งรอบ เพราะยังไม่รู้สึกคุ้นชินกับท่าทีวางตัวไฮโซสูงส่งของเธอสักเท่าไหร่ ครั้งแรกก็ตอนที่เธอด่าไอ้โป้งแล้วลามมาต่อว่าผม ตอนนี้ก็เป็นแบบเดิม คำพูดของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนในแง่ของความคิดเหยียดชนชั้น แต่เอาเถอะผมให้อภัยได้ เพราะว่าเธอสวยน่ารักน่าฟัดเสียขนาดนี้ ผมเลยหันไปหยอกเธอต่อ ด้วยการทำท่าเหมือนไม่แยแสสนใจ
"งั้นแอลก็นั่งรอในรถก็แล้วกันนะ หรือไม่ก็กลับบ้านเองคนเดียวไปก่อนเลย"
"ไม่ค่ะ พี่หนุ่มต้องพาแอลไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ แอลไม่ชอบ"
"เหรอ แล้วทำไมพี่ต้องทำตามที่แอลบอกด้วยล่ะ"
"พี่ต้องทำตามเพราะมันเป็นคำสั่งของแอล"
"หือ นี่คิดว่าพี่เป็นคนขับรถส่วนตัว หรือคนรับใช้ที่บ้านแอลหรือไง ไม่ล่ะ ถ้าอยากไปก็ไปเอง ไม่งั้นก็ลงมาเดินตลาดนัดด้วยกันสองคน"
น้องแอลพยายามเชิดหน้าออกคำสั่ง เธอคงเคยชินที่ทำแบบนี้แล้วมีแต่คนทำตาม แต่ผมไม่สนเสียอย่าง ผมเลยยักไหล่แล้วทำเสียงแข็งทำท่าจะปิดประตูรถทิ้งให้เธอนั่งอยู่คนเดียว สุดท้ายเธอเลยเริ่มทำท่าลังเลชายตามองมาทางผมแล้วเม้มปาก ก่อนจะเชิดหน้าเปิดประตูเดินลงมาจากรถแบบไม่ยอมพูดอะไรสักคำ
ผมแอบหัวเราะขำ ๆ แล้วจัดการล๊อคประตู ผมเดินไปหาน้องแอลและฉวยโอกาสจับมือพาเธอเดินเข้าไปในตลาดนัดด้วยกัน เธอสะบัดหน้าไม่มองผมแต่ไม่ได้สะบัดมือผมออก และก็ยังเดินตามมาโดยไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านอะไร เพียงแต่การเดินของเธอออกจะน่าขำอยู่บ้าง เพราะว่าเวลาเดินผ่านพื้นที่ไม่สะอาดนัก เธอจะเบ้ปากแล้วพยายามก้าวเท้าข้ามเหมือนขยะแขยงเต็มทน
เราสองคนเดินวนไปมาในตลาดนัดโดยมีหนุ่ม ๆ แอบมองน้องแอลกันตาเป็นมัน ผมเลยแอบยืดอกด้วยความภูมิใจของลูกผู้ชาย ส่วนน้องแอลนั้นก็ยังปั้นหน้าเย็นชาเหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปก็คือเธอเริ่มจะมองดูข้าวของที่ขายบนแผงสินค้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย และผมรู้ดีว่านั่นคือแววตาของผู้หญิงตอนเข้าสู่โหมดในตำนานอันน่าสะพรึงที่เหล่าผู้ชายอย่างผมพากันหวาดกลัว เราเรียกสิ่งนี้ว่า "ช้อปปิ้ง"