Your Wishlist

ฝาแฝด​อันตราย (หวานรู้​ความจริง​ 2)

Author: xxx555

ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน​ โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว

จำนวนตอน :

หวานรู้​ความจริง​ 2

  • 20/02/2569

ส่วนฉัตรชัยไม่ได้เตรียมตัวรับสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อโดนหลานสาววัยสาวรุ่นกอดนัวเนียๆ ก็ทำหน้าไม่ถูก นมต้มของหลาน

สาวหาใช่เล็กๆเสียเมื่อไหร่ ขนาดน้องๆของผู้เป็นแม่เลยทีเดียว มากอดมาเสียดสี จนฉัตรชัยกระอักกระอ่วน แต่หวานก็แก้ไขสถานการณ์ให้อย่างดี ด้วยการดึงตัวลูกสาวไปกอดรัดบ้าง ดึงไปนั่งข้างๆตัวเธอเสียแทนบ้าง

 

กว่าจะล่ำลายัยแก้วกลับมาได้ก็เสียเวลาไปชั่วโมงกว่าๆ พร้อมกับสัญญาว่าจะแวะมาหาเธอตอนเข้ามาในอำเภอ เด็กแก้วจึง

ยอมให้พ่อกับแม่กลับกันได้ แต่ก่อนจะกลับฉัตรชัยควักเงินออกมายื่นให้หลานสาวห้าพันบาท

 

"ให้ลูกมันติดตัวไว้ใช้น่ะหวาน เผื่อมันอยากได้อะไรแบบเด็กสาวๆเค้าบ้าง..."

 

ฉัตรชัยอ้อมแอ้มตอบเมื่อถูกหวานจับตามอง ส่วนหลานสาวก็ยิ่งดีใจ เพราะเธอไม่เคยได้รับเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน จึง

โผกอดแล้วหอมแก้มพ่อปลอมๆของเธอเสียยกใหญ่ เดือดร้อนถึงหวานต้องรีบแยกลูกสาวออกพร้อมตำหนิเบาๆว่าโตเป็น

สาวแล้วมากอดพ่อหอมพ่อแบบนี้มันไม่งาม จากนั้นสองคนผัวเมียก็เดินทางกลับบ้านเรือนไทยกัน

 

หลังจากชัดชายขับรถสปอร์ตของพี่ชายออกมาจากบ้านแล้วก็ขับตรงไปห้างสรรพสินค้าชื่อดังใกล้ๆบ้าน เดินเข้าไปนั่งสั่ง

กาแฟมาดื่มพร้อมหยิบโทรศัพท์โทรหาคุณหมิว รอสายเรียกสักครู่เสียงหวานๆไพเราะของคู่หมั้นพี่ชายก็กรอกเสียงมา

 

"สวัสดีค่ะคุณพี่...ตอนนี้อยู่ไหนแล้วคะ...หมิวแต่งตัวรอแล้วนะคะ..."

 

 

หลังจากชัดชายขับรถสปอร์ตของพี่ชายออกมาจากบ้านแล้วก็ขับตรงไปห้างสรรพสินค้าชื่อดังใกล้ๆบ้าน เดินเข้าไปนั่งสั่ง

กาแฟมาดื่มพร้อมหยิบโทรศัพท์โทรหาคุณหมิว รอสายเรียกสักครู่เสียงหวานๆไพเราะของคู่หมั้นพี่ชายก็กรอกเสียงมา

 

"สวัสดีค่ะคุณพี่...ตอนนี้อยู่ไหนแล้วคะ...หมิวแต่งตัวรอแล้วนะคะ..."เสียงคุ่หมั้นของพี่ชายสดใสเริงร่า ไม่รุ้ชะตากรรมแม้สัก

นิดว่ากำลังหลงกลเดินเข้าไปสู่ปากพยัคฆ์ร้าย

 

"พี่อยุ่ทีศูนย์การค้า....ครับ..พอดีขับรถมายางโดนตะปูตำน่ะครับ..เลยไปหาน้องหมิวที่บ้านไม่ได้...น้องมาหาพี่ได้มั๊ยครับ..."

 

ชัดชายจำเป็นต้องเล่นมุกนี้ เพราะตัวเค้าไม่รู้จักเส้นทางไปบ้านของคุณหมิว แล้วรอลุ้นว่าคุณหมิวจะตอบตกลงมาพบที่ศูนย์

การค้าได้หรือไม่ หลังจากเงียบไปเพียงครู่ คุณหมิวก็ตอบรับว่ามาเองก็ได้ ทำให้ชัดชายยิ้มร่าด้วยความดีใจ จัดการนัดสถาน

ที่ เวลากันเรียบร้อยก็นั่งละเลียดจิบกาแฟรออย่างใจเย็น

 

ช่วงระหว่างที่คุณหมิวเรียกแท็กซี่ให้มาส่งที่ศุนย์การค้านั้น เป็นเวลาเดียวกับที่ฉัตรชัยกลับมาจากตลาดในตัวอำเภอสรรพยา

พอถึงบ้านเรือนไทยเขาปลีกตัวจากหวาน โทรศัพท์ไปหาคุณหมิวด้วยความคิดถึง แต่กดโทรสายติดสักครู่ก็โดนกดสายทิ้ง

ฉัตรชัยพยามโทรหาอีกสามสี่ครั้ง แต่ก็โดนตัดสายทิ้งตลอด เขาจึงเปลี่ยนใจโทรไปหามารดาแทน

 

"แม่ครับ..ผมฉัตรนะครับ......" ฉัตรชัยรีบพูดอย่างร้อนรนทันทีที่มารดารับสาย

 

"อ้าว...ลูกเองหรอจ๊ะ..เอาเบอร์ใครโทรมาล่ะ..." เสียงมารดาเรียบๆ แต่ก็แฝงความประหลาดใจที่ลูกชายคนโตโทรมาหา

 

"แม่ครับ...เบอร์ใหม่ผมน่ะครับ ผมน่าจะลืมโทรศัพท์ทิ้งไว้ในรถตอนที่น้องขับมาส่ง..."เสียงของฉัตรชัยดูลุกลี้ลุกลน จนผู้

เป็นมารดาเริ่มแปลกใจ

 

"ฉัตร..ลูกเป็นกังวลเรื่องอะไรจ๊ะ..แม่ฟังน้ำเสียงเหมือนลูกร้อนใจยังงั้นแหละ..."

 

"แม่ครับ...ฟังผมให้ดีนะครับ...ผมเกรงว่านายชัดจะเอาโทรศัพท์ผมไปใช้...แล้วเอ่อ...เขาอาจติดต่อกับน้องหมิวน่ะครับแม่...

แม่ช่วยเช็คอะไรบางอย่างให้ผมได้มั๊ยครับ..."พอพูดจบมารดาฉัตรชัยก็รับปากทันที

 

"คืองี้นะครับแม่...ผมลองโทรไปหาน้องหมิวแล้ว เธอกดสายผมทิ้ง คงเพราะว่าเป็นเบอร์ที่เธอไม่รู้จัก แต่ถ้าแม่โทรไปหาน้อง

หมิวน่าจะรับสาย ผมอยากให้แม่ถามว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ครับ..."

 

"ได้สิจ๊ะลูก...งั้นแม่วางสายแล้วโทรหาเลยนะ สักครุ่ลูกค่อยโทรมาหาแม่อีกครั้งนะจ๊ะ...."

 

ขณะที่คุณหมิวนั่งอยู่บนรถรับจ้าง เสียงโทรศัพท์เรียกเข้ามาหาเธอ จึงยกขึ้นมองเบอร์ที่โทรมา เธอไม่คุ้นกับเบอร์นี้เลย

เพราะเบอร์โทรศัพท์นี้ของเธอเป็นเบอร์ส่วนตัวมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ เมื่อเห็นเบอร์ไม่คุ้นโทรมาคุณหมิวก็กดตัดสายทิ้ง สักครุ่

ฝ่ายนั้นก็โทรมาใหม่ แล้วคุณหมิวก็ตัดสายทิ้งอีกครั้งพร้อมพรึมพรำในใจคนเดียวว่า ใครโทรมาทำไมนะ พวกโรคจิตแน่ๆ

เลยที่โทรมาหาแบบนี้ จนสายนั้นโทรติดๆกันอีกสามสี่ครั้ง คุณหมิวรำคาญจึงกดปิดสัญญาณของมือถือเธอไป สักพักใหญ่ๆ

จึงกดเปิดสัญญาณอีกครั้ง

 

"แม่ครับ...น้องหมิวว่าไงครับ..."

 

ฉัตรชัยโทรหามารดาอีกครั้ง พอเธอรับสายเขาก็รีบถามออกไปอย่างร้อนรน ด้วยความรุ้สึกเหมือนมีรางสังหรณ์ว่าจะเกิด

เรื่องร้ายกับคุ๋หมั้นสาวของตน

 

"แม่ติดต่อนู๋หมิวไม่ได้น่ะลูก เหมือนจะปิดโทรศัพท์...." คุณนายแจ่มจรัสก็เริ่มรุ้สึกกังวล

 

"งั้นเอาแบบนี้นะครับ ..แม่โทรหาเครื่องผมที่เบอร์เดิมนะครับ.....ถ้านายชัดมันรับสาย แม่ก็ทำทีว่าโทรมาคุยกับผม อย่าเพิ่ง

ให้นายชัดมันรู้ว่าแม่รู้เรื่องโทรศัพท์ผมหาย ได้มั๊ยครับ..."

 

"ได้จ๊ะลูก...แม่วางสายนะจ๊ะ...สักครุ่พอได้เรื่องอะไรแม่จะโทรหาลูกเอง...." พอมารดาวางสาย ฉัตรชัยก็สะดุ้งเมื่อหวานเดิน

มาอยู่ด้านหลังแล้วถามเขาว่าโทรคุยกับใคร

 

"เอ่อ...พี่โทรคุยกับนายจ้าง ที่พี่ไปทำงานพิเศษมาจ๊ะ..."

 

ฉัตรชัยตอบอ้ำๆอึ้งๆ พยายามซ่อนพิรุทเต็มที่ แต่โชคดีที่หวานไม่ได้ซักถามต่อ เธอเดินเข้ามาโอบด้านหลังของฉัตรชัย

พร้อมกล่าวขอบคุณที่เค้าซื่อข้าวของมากมายเข้าบ้าน โดยเฉพาะทีวี เธออยากได้มานานแล้ว

 

"จะต้องมาขอบคุณพี่ทำไมกันล่ะ...นี่มันหน้าที่ของผัวนี่จ๊ะ..."

 

ฉัตรชัยรู้สึกกระดากปากเหมือนกันที่พูดคำนั้นออกมา แล้วก้ยิ่งรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเมื่อหวานรัดวงแขนแน่นขึ้น จนอกอวบอิ่ม

ของเธอแนบกับแผ่นหลังของเขาเต็มที่

 

"เจ้านายพี่คงจะใจดีนะจ๊ะ...พี่ถึงได้เงินมาซื้อของตั้งมากมาย..."

 

ฉัตรชัยจำต้องยินนิ่งค้างแข็ง เมื่อโดนวงแขนของหวานกอดรัดแน่น ส่วนหวานพอเห็นฉัตรชัยทำท่าทางแบบนั้น เธอก็ลอบ

อมยิ้มขำๆ รุ้สึกสนุกที่ได้แกล้งฝาแฝดของสามีเธอ พร้อมครุ่นคิดอยู่ในใจว่า เธอต้องทำให้ผู้ชายคนนี้สารภาพออกมาจาก

ปากให้ได้ว่า สลับตัวกันมาเพื่อประสงค์สิ่งใด

 

"ลูกฉัตรเป็นยังไงบ้างจ๊ะ...อยู่บ้านน้องคืนนึงนอนหลับสบายมั๊ยลูก..." คุณนายแจ่มจรัสโทรเข้าเบอร์มือถือของฉัตรชัยเบอร์

เดิม พอฝ่ายตรงข้ามรับสาย เธอก็ชิงพูดขึ้นมาเหมือนกำลังโทรหาบุตรชายแฝดคนโต โดยไม่รู้เรื่องราวอื่นใด

 

"เอ่อ...ก็สบายดีครับแม่...ผมอยุ่ที่นี่ก็สุขสบายดี ไม่ได้ลำบากอะไรเลย ว่าแต่แม่มีธุระอะไรกับผมหรือครับ..."

 

ชัดชายรับสมอ้างตัวเป็นพี่ชายคุยกับมารดาทันที่ที่ได้ยินมารดาทักมาตามสาย หลังจากคุยกันอีกสักครุ่มารดาก็วางสายไป

แล้วเธอก็รีบโทรหาบุตรชายแฝดคนโตทันที แต่ไม่มีเสียงสัญญาณตอบรับ แม้จะลองกดโทรอีกสองสามครั้ง นางจึงวางสาย

แล้วเริ่มครุ่นคิดกังวลกลัดกลุ้มว่าบุตรชายแฝดคนโต มีเรื่องกังวลอะไร หรือจะเกรงว่าแฝดคนเล็กของนาง จะนัดเจอกับคุณ

หมิวคุ่หมั้นของพี่ชาย พอนางคิดถึงตรงนี้นางก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจตามไปด้วย

 

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงกับการจราจรที่แสนติดขัดของกรุงเทพมหานคร กว่ารถรับจ้างที่คุณหมิวเรียกมา จะมาถึงห้างสรรพ

สินค้าที่คู่หมั้นหนุ่มรออยู่ พอเธอลงจากรถก็โทรไปเข้าเครื่องของเขา ทราบว่าคุ่หมั้นนั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟ คุณหมิวก็เดินอย่าง

สง่างามไปหา ชุดแซกสั้นสีบานเย็นขับผิวขาวละเอียดของเธอใหดูผ่องสว่างสดใส ประกอบกับรูปร่างสูงโปร่งระหง ใบหน้า

สวยหวานตามแบบฉบับลูกคุณหนูมีเงิน เวลาเยื้องกายก้าวเดิน ต่างมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่เดินสวนมาจ้องมองจนแทบเหลียว

หลัง แต่คุณหมิวเธอชินกับเหตุการณ์แบบนี้มานานนักหนา ทุกย่างก้าวเดินของเธอจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ เต้มไปด้วยความ

งามสง่าดุจนางแบบเดินบนแคทวอร์ค

 

"สวัสดีค่ะคุณพี่...."

 

 

คุณหมิวเดินเข้าไปในร้านกาแฟ มองเห้นคุ่หมั้นหนุ่มนั่งอยู่มุมด้านในตามลำพัง จึงเดินเข้าไปทักยกมือไหว้สวัสดี ด้วยถูก

อบรมเรื่องมารยาทมาตั้งแต่วัยละอ่อน แต่คู่หมั้นหนุ่มที่ยกมือรับไหว้ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองสบตา สายตาของเขาแวว

วาวจนทำให้คุณหมิวถึงกับสะเทิ้นอาย บ่นอุ๊บอิ๊บพอให้ได้ยินกันแค่สองคนว่า คุณพี่มองจนน้องอายหมดแล้วนะคะ...ชัดชาย

ถึงรุ้สึกตัวที่ปล่อยให้ความรุ้สึกหิวกระหายเหยื่อของตนเอง แสดงกิริยาไม่ควรในที่สาธารณะ

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป