ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
มือเธอค้างนิ่งจ้องมองผ่านแสงสลัวมาที่ใบหน้าของชายที่เธอนอนกอดอยู่ทั้งคืน ใบหน้าแบบนี้มันก็คือสามีของเธอไม่ผิดเพี้ยน
แต่ทว่าสิ่งที่เธอสัมผัสจับอยู่ มันไม่ใช่ของสามีเธออย่างแน่นอน หวานหวนคิดถึงพฤติกรรมที่สามีที่แสดงออกมาตั้งแต่ตอน
เที่ยงวัน เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าชายคนนี้ไม่ใช่สามีของเธอแน่ แม้หน้าตาจะเหมือน แต่กิริยาของชายผู้นี้กลับอ่อนโยน น่มนวลอบอุ่น
ยามใกล้ชิด มากกว่าสามีของเธอจนเห็นได้ชัด เพียงแค่ว่าหวานไม่ทันได้นึกถึง เพราะคิดว่าเหตุที่สามีเปลี่ยนไปคงเพราะมี
ผุ้หญิงคนใหม่เท่านั้น
พอเธอมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่สามีของเธอแน่ หวานก็ใจหายวาบปล่อยมือจากท่อนลำยาวแล้วขยับไปนั่งจ้องมองอย่างุนงง
สงสัย เขาคนนี้เป็นใครกันแน่ ถึงได้หน้าตาเหมือนสามีของเธอไม่ผิดเพี้ยน แต่พิจารณาจากพฤติกรรมแล้วเขาคงไม่ได้มาร้าย
กับเธออย่างแน่นอน มิเช่นนั้นเขาคงทำอะไรต่อมิอะไรกับเธอไปแล้วเป็นแน่
หวานค่อย ๆ เปิดชายมุ้งมุดออกมากำลังตัดสินใจอยู่ว่าพอเขาตื่นขึ้นมาจะซักถาม หรือจะปล่อยนิ่งเฉยดูไปก่อนว่าผุ้ชายคนนี้
ทำแบบนี้เพื่ออะไร แล้วสามีตัวจริงของเธอหายตัวไปไหนกันแน่ หวานนั่งเหม่อลอยคิดอยู่หลายตลบจนฉัตรชัยตื่นขึ้นมา แล้ว
เดินมานั่งเคียงข้างโอบไหล่ของเธอเบาๆ จนเธอสะดุ้งเฮือก
"ตื่นแต่เช้าเลยหรือจ๊ะ...มีอะไรให้พี่ช่วยบ้างจ๊ะ"
เสียงทุ้มอ่อนนุ่ม จนหวานรู้สึกถึงไออุ่นที่อ่อนโยนแผ่สร้านออกมาจากฝ่ามือของเขา แล้วก็ตัดสินใจได้ณ.บัดนั้นว่าเธอจะนิ่ง
เฉยไปก่อน เพื่ออยากดูพฤติกรรมของชายคนนี้อีกครั้ง เพราะมั่นใจว่าเขาไม่ได้มาร้ายกับเธอแน่นอน
ชัดชายตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนที่แสนอ่อนนุ่มนอนสบายของพี่ชายฝาแฝด ครั้งแรกที่ลืมตาขึ้นมาก็รุ้สึกงุนงงว่าตนเองนอนอยู่
ที่ไหน ด้วยยังไม่คุ้นกับสถานที่ แต่พอลำดับเรื่องราวรู้ว่ากำลังนอนอยู่ที่บ้านของมารดา และบนเตียงของพี่ชายตนเอง รอยยิ้ม
แบบมีเลสนัยก็ปรากฎขึ้นที่มุมปาก พร้อมพรำพึมพูดกับตนเองคนเดียวว่า
"ถึงเวลาของกูบ้างละที่จะสุขสบาย....กูจะเอาคืนทุกอย่าง พวกมึงสองคนแม่ลูกต้องชดใช้กับกูกับพ่อ....ฮาๆๆๆๆๆ...สนุกชิบหาย
เลยว่ะฮาๆๆๆๆๆๆ...สะใจจริงโว๊ยยยย....แบบนี้เขาเรียกว่าสวรรค์มีตา...จู่ๆ พวกมึงก็เดินเข้ามาหากูเอง.."
ชัดชายทั้งหัวเราะทั้งพร่ำพูดอยุ่คนเดียว เหมือนขาดสติด้วยความดีใจ แล้วรีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงอ่อนนุ่มเมื่อนึกขึ้นได้ว่า
วันนี้นัดกับคุณหมิว คู่หมั้นของพี่ชายตนเอง หลังจากเสียเวลาอาบน้ำโกนหนวดให้ดูสะอาดเอี่ยมเหมือนภาพลักษณ์ของฉัตรชัย
แล้ว ก็เดินผิวปากลงมาจากชั้นบน เหลือบตามองที่ห้องรับแขกเห็นคุณนายแจ่มจรัสนั่งอยุ่ ชัดชายก็ปรับสีหน้าที่เริ่งร่า กระเหี้ยนกระหือรือมาเป็นใบหน้าเรียบเฉย ซ่อนรอยยิ้มสะใจอำพรางเอาไว้ภายในหน้ากากมนุษย์รูปหล่อของตนเอง
"สวัสดีครับแม่...." ชัดชายเดินตรงไปนั่งข้างมารดา จับมือหญิงชราขึ้นมากุมแสดงความรักความเอาใจใส่
"จ๊ะลูก...จะไปไหนแต่เช้าจ๊ะ..ทานข้าวเช้ากับแม่ก่อนได้มั๊ย...แม่รอลูกอยู่.."
คุณนายแจ่มจรัสมองหน้าบุตรชายคนเล็กด้วยความรักอาทร พอเขาตอบรับเธอก็ยิ้มด้วยความดีใจ กุลีกุจอสั่งแม่บ้านให้ตั้ง
สำรับอาหารเช้า แล้วเดินจูงมือบุตรชายไปนั่งโต๊ะอาหารด้วยกัน
สองคนแม่ลูกที่ห่างเหินกันไปมากกว่า30ปี ต่างมีเรื่องคุยกันตามประสาแม่ลูกมากมาย แต่คุยกันได้สักพักใหญ่ๆจนเกือบ
10โมงเช้า ชัดชายก็ขอตัวบอกกับมารดาว่าจะออกไปเที่ยวสักหน่อย
"แล้วลูกจะไปยังไงกันล่ะ...รุ้จักถนนหนทางในกรุงเทพดีแล้วหรอจ๊ะ..." มารดาถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรหรอกครับแม่..ผมไปไม่ไกลหรอกครับ เดี๋ยวจะหลง...."
นี่คงเป็นครั้งแรกที่ชัดชายพูดความจริงกับมารดาของตนเอง เขาคงไม่ไปไกลหรอก ไกลที่สุดก็คงแค่บ้านของมล.ลาวัลย์
เท่านั้นเอง
"จ๊ะลูก...เอาไว้ถ้าอยากไปไกลๆ ใจกลางกรุงเทพ แม่จะขับรถพาไปเองนะลูกนะ....แล้วไปเที่ยวนี่มีเงินติดตัวละยังจ๊ะ.."
มารดาถามด้วยความเป็นห่วง พอเห็นบุตรชายอ้ำอึ้ง เธอก็เดินไปหยิบเงินจากในห้องนอนของเธอที่อยุ่ชั้นล่างใกล้ๆห้องรับ
แขก มายื่นให้ชัดชายปึกหนึ่งโดยไม่ได้นับ
"ขอบคุณครับแม่..."
ชัดชายยื่นมือไปรับแล้วยกมือไหว้ผู้เป็นแม่ ก่อนจะโอบกอดร่างบอบบางของมารดาไว้แล้วหอมแก้มประจบเอาใจจนมารดา
จั๊กกะจี๋ต้องบอกให้หยุด จากนั้นชัดชายก็เดินออกไปจากห้องรับแขกตรงไปยังรถสปอร์ตวอลโว่สีแดงของพี่ชายที่จอดอยู่ใน
โรงรถ แล้วขับออกไปอย่างเร็ว โดยมีมารดายืนมองตามหลัง ใบหน้านางเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุข
อีกด้านหนึ่งของอำเภอสรรพยา เสียงโครงเครงของรถกระบะเก่าๆวิ่งมาตามถนนจนถึงตลาดสด ที่มีของขายมากมายทั้งของ
กินของใช้ ของที่ระลึก ฉัตรชัยหาที่จอดรถได้แล้วก็เดินจุงมือหวานน้องสะใภ้ เข้าไปที่ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง หลังจากที่
สั่งอาหารมาทานกันสองคนได้แล้ว ฉัตรชัยก็บอกให้หวานรออยู่ในร้านก่อน ส่วนตนเองขอออกไปทำธุระสักครู่ จากนั้นก็เดิน
ออกจากร้านอาหาร ข้ามถนนไปฝั่งตรงกันข้ามเดินย้อนกลับไปสองสามช่วงตึกก็เห็น ร้านจำหน่ายทองคำชือร้านแม่ทองใบ
ฉัตรชัยตรงเข้าไปขายสร้อยทองน้ำหนัก5บาทของตนเอง หลังจากโดนหักโน่นนี่ตามระเบียบของร้านก็ได้เงินกลับมา9หมื่น
กว่าบาท ก่อนจะเดินกลับมาที่ร้านอาหารที่หวานรออยู่ ฉัตรชัยแวะเข้าไปซื้อโทรศัพท์มือถือถูกๆราคาไม่กี่พันบาทมาใช้
เครื่องหนึ่ง เพื่อการติดต่อกับมารดาที่บ้าน ระหว่างที่ฉัตรชัยออกไปทำธุระอยู่นั้น ที่ร้านอาหารที่หวานนั่งรออยู่ป้าสมแม่ค้า
ล็อตตอรี่ก็เดินเข้ามาทักหวานที่ในร้าน สอบถามสารทุกข์สุกดิบกันตามประสาคนรุ้จักกัน
"นี่แม่หวานรู้มั๊ยว่า...คุณชัดผัวเธอน่ะเขามีพี่ชายเป็นเศรษฐีเชียวน๊า..."
แม้จะโดนฉัตรชัยขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกต่อกับคนอื่นแล้ว แต่ป้าสมก็คงลืมหรือไม่ก็คงคันปากอยากเล่า อีกทั้งเห็นว่าไม่ได้เล่า
ให้ใครที่ไหนฟังสักหน่อย เล่าให้เครือญาติกันฟังไม่น่าจะเป็นอะไร แต่คนฟังถึงกับทำหน้างุนงง ด้วยอยุ่กับสามีมาเกือบ20ปี
ตนไม่เคยล่วงรู้มาก่อนสักครั้งว่าสามีตนจะมีญาติที่ไหน โดยเฉพาะญาติที่เป็นเศรษฐีนี่ยิ่งไม่เคยได้ยินมาก่อน
"ป้าเอาอะไรมาพูด...ฉันไม่เคยรู้เคยเห็นพี่ชัดเค้าจะมีญาติสักคน...." หวานตอบไปโดยซื่อ
"เย้ย...ป้าจะมาหลอกแกทำไม ไม่ใช่ญาติเฉยๆด้วยนะ น่าจะเป็นพี่น้องฝาแฝดกันอีกด้วย..."
จากนั้นป้าสมก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดเท่าที่แกรู้ถ่ายทอดให้หวานฟังจนหมดสิ้น จากนั้นก็ขอตัวเดินออกไปจากร้านเพื่อจะไป
ขายหวยของแกต่อที่ปั้มน้ำมันแห่งนั้น หลังจากป้าสมจากไปแล้วหวานมานั่งทบทวนเรื่องราว ก็เชื่อมั่นว่าบุรุษที่อยู่กับเธอมา
ทั้งวันกับอีกหนึ่งคืน น่าจะเป็นฝาแฝดของสามีเธออย่างแน่นอน แต่เขาสองคนจะสลับตัวกันมาเพื่อสิ่งใดเท่านั้นที่เธอยังหา
คำตอบไม่ได้ แต่ด้วยจิตสัมผัสส่วนตัวของหวาน ก็มั่นใจว่าแฝดของสามีเธอไม่ได้มาเพื่อจุดประสงค์ร้ายกับตัวเธอและลูก
อย่างแน่นอน
หวานนั่งรออยู่ในร้านอีกสักครู่ สามีกำมะลอของเธอก็กลับมา จากนั้นสองคนก็พากันเดินเที่ยวซื้อของกินของใช้ในตลาด
โดยเฉพาะร้านสุดท้ายที่สามีกำมะลอผู้นี้พาหวานแวะเข้าไปคือร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เขาให้หวานเลือกดูทีวีและจ่ายเงิน
ซื้อให้อย่างไม่ต่อรองเรื่องราคาแม้สักบาทเดียว คราวนี้เธอเชื่อคำป้าสมที่พูดว่าแฝดของสามีเธอนั้นรวยเข้าขั้นเศรษฐี
อย่างแน่นอน
"พี่ก่อนกลับบ้านไปเยี่ยมแก้วมันก่อนนะจ๊ะ.." ฉัตรชัยทำหน้างงๆ แล้วค่อยนึกขึ้นได้ว่าแก้วนั้นคือลูกของชัดชายกับหวาน
นั่นเอง
"เอาสิจ๊ะ....พี่ก็คิดถึงลูกเหมือนกัน"
ฉัตรชัยทำเนียน แต่หวานกลับเงยหน้าขึ้นมอง อยากจะยิ้มแต่ต้องกลั้นไว้แทบแย่ที่เห็นสามีกำมะลอของเธอทำท่าทางคิดถึง
ลูกแก้วได้แนบเนียนเหมือนกัน หวานเริ่มนึกสนุก เธอตั้งใจว่าจะไม่ซักถามเรื่องราว แต่จะบีบให้ผู้ชายคนนี้ยอมสารภาพออก
มาด้วยตนเองดีกว่า หลังจากที่พากันขับรถไปร้านเสื้อของพี่เพ็ญ ญาติของหวาน ยัยแก้วเห็นพ่อกับแม่มาหาก็วิ่งโผเข้ากอด
ฉัตรชัยด้วยความดีใจ จนหวานต้องรีบดึงตัวออกมาหลังจากปล่อยให้ลูกสาวกอดพ่อปลอมๆของเธออยู่ครู่หนึ่ง
"พ่ออ่ะ...ผิดสัญญา...ไหนบอกว่าจะมาเยี่ยมนู๋บ่อยๆไงคะ..."
แก้วจีบปากจีบคออ้อนพ่อ กอดแขนแน่น แม้จะโดนผู้เป็นแม่แกะออกไปหลายครั้ง พอแม่เผลอเธอก็เข้ามากอดพ่ออีกครั้ง