Your Wishlist

ฝาแฝด​อันตราย (สลับบทบาท​ฝาแฝด​)

Author: xxx555

ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน​ โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว

จำนวนตอน :

สลับบทบาท​ฝาแฝด​

  • 20/02/2569

คุณนายแจ่มจรัสมองหน้าบุตรชายฝาแฝดทั้งสองคนสลับไปมา แม้ใจจะอยากให้ลูกแฝดคนพี่ยอมทำตามที่น้องเสนอ แต่

นางก็ไม่สามารถบังคับให้เขาทำเช่นนี้ได้ เพราะเกรงกลัวว่าเรื่องในอนาคตมันจะยุ่งยากสับสน เพราะยังมีผู้คนอีกหลายชีวิต

ที่เกี่ยวพันอยู่ด้วย

 

"ได้...พี่ยอมทำตามที่นายต้องการ...." คำตอบของฉัตรชัยถึงกับทำให้มารดาตกตะลึงรีบร้องทัดทานว่า

 

"ทำแบบนี้ไม่ได้นะพ่อฉัตร..." เพราะรุ้ว่าอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนลูกชายคนโตของนางก็จะเข้าพิธีวิวาห์กับหนูหมิวแล้ว แต่ชัดชาย

ถึงกลับแอบซ่อนยิ้มดีใจไว้ภายใต้วงหน้าที่ปั้นแต่งให้จริงจัง

 

"ไม่เป็นไรหรอกครับแม่..." ฉัตรชัยตอบเรียบๆ ใบหน้าไม่แสดงความรุ้สึกหวั่นไหวแต่ประการใด

 

"แม่เป็นพยานด้วยนะ....ครับ..."

 

คุณนายแจ่มจรัสนิ่งเงียบ วงหน้าชราของนางเต็มไปด้วยความกังวลสับสน จ้องมองหน้าลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนสลับไป

สลับมา ใจหนึ่งก็ดีใจที่จะได้ลูกชายคนเล็กมาอยู่ด้วย แต่อีกใจหนึ่งก็สงสารลุกชายคนโตที่จำต้องยอมทำแบบนี้เพื่อนาง

ทั้งๆที่เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

 

"แล้วพี่จะต้องทำอย่างไรบ้างว่ามา...." ฉัตรชัยต้องการแสดงให้น้องเห็นว่าตนเองหาได้กลัวความยากลำบกแม้แต่ประการใด

 

"ง่ายๆ... นายไปอยู่ที่บ้านเราแต่ไม่ใช่ไปปิคนิคพักร้อนที่บ้านนอกในฐานะของพี่ชาย...นายไปอยู่เป็นตัวของเรา...โดยต้อง

ไม่ให้ลูกเมียเรารู้...ส่วนตัวเราจะอยู่กับแม่...ไม่ต้องกลัว..เราไม่ไปยุ่งกับงานของนายหรอก...เพราะเราทำไม่เป็น แต่นายต้อง

ไปทำงานแบบที่เราทำมาตลอด...ฉนั้น เพื่อให้เรามั่นใจว่านายทำได้ลำบากเป็น นายเอาบัตรเครดิตทั้งหมดของนายมาฝาก

ไว้กับแม่ เราให้นายใช้เฉพาะเงินที่มีเหลือติดกระเป๋าในตอนนี้เท่านั้น...อ่อ...เอาบัตรประชาชนมาสลับกับเราด้วย...เผื่อเมีย

เราเห็นจะสงสัยได้...."

 

ฉัตรชัยยอมทำตามความต้องการทุกอย่างของน้องชาย แม้การมอบประชาชนจะเกิดความเสี่ยงอย่างสูงในการยืนยันตนเอง

แต่ในขณะนั้นฉัตรชัยกลับไม่ได้นึกคิดถึงระแวงว่าน้องตนเองจะมีแผนการร้ายแต่อย่างใด เพียงเข้าใจว่าน้องคงทำเพื่ออยาก

ให้ตนเองรู้จักความยากลำบากบ้างเท่านั้นเอง

 

"จะปิดบังลูกเมียได้ยังไงล่ะลูก คนเคยอยู่ร่วมกันมาสิบยี่สิบปี ย่อมมองออกบ้างล่ะว่านั่นไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่สามีตนเอง" คุณนาย

แจ่มจรัสแย้งขึ้น พร้อมยื่นมือมารับเอกสารบัตรเครดิตต่างๆของบุตรชายคนโตเก็บไว้

 

"ไม่รู้ล่ะ นั่นต้องแล้วแต่ความสามารถของลูกชายแม่..."

 

ชัดชายตอบกลับมารดา แล้วทำหน้ายิ้มเหมือนสะใจที่ได้แกล้งพี่ชายฝาแฝดของตนเอง ส่วนฉัตรชัยนิ่งใช้ความคิด จ้อง

มองน้องชายตลอดร่าง แม้สองคนจะมีหน้าตาเหมือนกัน สุ่มเสียงออกโทนเสียงเดียวกันก็จริง หลอกคนห่างน่ะพอได้ แต่จะ

มาหลอกคนใกล้ชิดทั้งเมียทั้งลูกของน้องชายคงลำบาก

 

เพราะยังมีข้อสังเกตุอยุ่มากมายตั้งแต่ทรงผมต่างกัน ผิวหน้าและสีผิวตามร่างก็ต่างกัน แม้จะไม่มากนัก แต่ตบตาเมียของ

น้องชายไม่ได้แน่นอน มีวิธีเดียวต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามสี่อาทิตย์หรืออาจจะหนึ่งเดือน ที่จะทำการเปลี่ยนรายละเอียด

ต่างๆที่ผิดแผกต่างกันให้ดูกลมกลืน

 

ฉัตรชัยจึงบอกน้องชายตนเองไปตามที่คิดไว้ ซึ่งชัดชายก็เห็นตามนั้นด้วย จึงตกลงกันที่จะต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อม

เสียก่อน หลังจากนั้นฉัตรชัยก็ขับรถไปส่งน้องที่ปั้มน้ำมันแห่งนั้นอีกครั้ง แล้วนัดเจอกันในวันรุ่งขึ้นอีกที โดยให้น้องชายสร้าง

เรื่องว่าจะไปธุระต่างจังหวัดสักหนึ่งเดือน แล้วฝาแฝดทั้งสองค่อยมาเก็บตัวร่วมกัน เพื่อปรับเปลี่ยนทั้งพฤติกรรม นิสัย ทรงผม

ผิวหน้าและสีผิว โดยพึ่งวิทยาการสมัยใหม่ ฉัตรชัยยอมเสียเงินจำนวนมากเพื่อทำให้ความต้องการของน้องชายสัมฤทธิ์ผล

พร้อมทั้งเรียนรู้ถึงบุคคลรอบข้างที่อาจบังเอิญเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

จนกระทั่งผ่านไปเพียงสามอาทิตย์ ที่ทั้งสองคนเก็บตัวร่วมกันในสถานที่แห่งหนึ่ง ถึงวันที่พร้อมจะใช้ชีวิตสลับตัวกันตามความ

ต้องการของน้องชายแล้ว ฝาแฝดทั้งสองจึงกลับมาหามารดาด้วยเครื่องแต่งกายที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว แต่ทว่าทรงผม

ของทั้งสองคนก็ยังเป็นแบบเดิม รวมทั้งผิวหน้าผิวพรรณก็หาได้เปลี่ยนแปลงไปแม้สักนิด

 

"แม่ว่าเลิกความคิดแบบนี้เถอะลูก....สามสี่อาทิตย์แล้ว แมก็ยังจำได้อยู่ดีแหละว่าคนไหนลูกฉัตร คนไหนลุกชัด"

 

เสียงคุณนายแจ่มจรัสบอกชัดถึงความเหนื่อยหน่ายใจ ที่แผนการของแฝดคนน้องไร้ผล ด้วยเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจกลับ

ไปบ้านนอกไม่กลับมาอยู่กับนางอีก พูดพร้อมเข้าไปกอดรัดร่างของลูกแฝดคนเล็กแน่น

 

"ลูกเอ๋ย...แม่ว่าล้มเลิกแผนนี้เถอะนะ...ลูกพาแม่ไปหาเมียกับลูกที่บ้าน ไปรับเค้ามาอยู่กับแม่เถอะนะจ๊ะ..." คุณนายแจ่มจรัส

เงยหน้าสบตากับลุกชายคนเล็กแล้วร้องขอ

 

"แม่ครับ...ถ้าแม่จะพูดกับนายชัด เขานั่งอยู่ตรงโน้นครับ นี่ผมฉัตร..."

 

ฉัตรชัยพูดยิ้มๆ ในความสำเร็จที่สามารถทำให้แม่จำตนเองไม่ได้ คิดว่าเป็นน้องชาย มารดาได้ยินดังนั้นถึงกับทำหน้างุนงง

ไม่เข้าใจว่านางจำลูกชายผิดคนหรือว่าสองคนกำลังแกล้งหลอกตนเองกันแน่

 

"ชัด.....อย่าล้อเล่นกับแม่แบบนี้สิลูก...พ่อฉัตรก็อีกคน มาหลอกแม่ได้ยังไง.." คุณนายแจ่มจรัสพูดแล้วก็มองค้อนบุตรชายอีก

คนที่นั่งฝั่งตรงข้าม เพราะแน่ใจว่าคนนั้นคงเป็นฉัตรชัยแน่นอน

 

"สำเร็จละนายฉัตร ขนาดแม่ยังจำเราไม่ได้ แล้วคนอื่นจะจำเราได้ยังไง..."

 

ลูกชายที่นั่งตรงข้ามในคราบของฉัตรชัย แต่คำพูดกลับกลายเป็นชัดชายเสียแทน ยิ่งทำให้คุณนายแจ่มจรัสมารดาของฝา

แฝดทั้งสองงุนงงหนักขึ้น นางรีบตรงไปคว้าตัวบุตรชายคนโตจับเขาหันหลังพร้อมถลกเสื้อยืดขึ้นไปจนถึงกลางหลังนางรู้ว่า

กลางหลังของบุตรชายคนโตนั้นมีปานสีน้ำตาลขนาดเท่าเหรียญสิบบาทจางๆอยู่ แต่พอเสื้อของลูกชายคนที่นางเข้าใจว่า

เป็นฉัตรชัยนั้น ถลกขึ้นไปจนถึงกึ่งกลางหลัง นางกลับพบว่ามันว่างเปล่า ไม่มีปานสีน้ำตาลอยู่เลย ครั้นหันกลับมายังชัดชาย

กลับพบปานสีน้ำตาลอยุ่ที่กึ่งกลางหลังแทน

 

"โอ๊ยยย..ตายแล้ว....ไปทำอะไรกันมา ถึงได้สลับกันจนแม่ยังจำผิด..."

 

เสียงมารดาบ่งบอกให้สองฝาแฝดรู้แล้วว่าน่าจะถึงเวลาเสียทีที่จะสลับตัวกัน ตามความต้องการของฝาแฝดผู้น้อง ฉัตรชัยคิด

แต่เพียงว่า ยอมลำบากเสียสามสิบวัน เพื่อแลกกับชีวิตของน้องชายที่จะกลับมาอยู่กับแม่ ทำให้แม่มีความสุข แต่ในความคิด

ของชัดชายกลับไม่คิดเช่นนั้น แล้วจะมีใครล่ะที่คิดได้ว่าการสลับตัวตามความต้องการของแฝดชัดชาย จะเกิดความยุ่งยาก

สร้างความลำบากให้กับคนใกล้ชิดขนาดไหน เพียงใด

 

 

หลังจากคู่แฝดมั่นใจว่าการสลับตัวในครั้งนี้ น่าจะไม่มีใครจับได้ เพราะแม้แต่มารดาของทั้งสองยังจำไม่ได้ ชัดชายแฝดผู้น้อง

ก็ขอตัวไปพักผ่อนที่ห้องของแฝดผู้พี่ ทันที่ที่เท้าเหยียบย่างเข้าไปในห้องนอนแสนสวย รอยยิ้มอย่างสะใจก็ผุดขึ้นที่ริมฝีปาก

และใบหน้าของเขา จากนั้นก็เดินไปทิ้งตัวลงบนที่นอนหนานุ่มของพี่ชาย หลับตาครุ่นคิดเรื่องอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครทราบ

นอกจากตัวของเขาเอง จากนั้นก็หัวเราะออกมา เสียงหัวเราะไม่ได้บ่งบอกเลยว่าผู้นั้นกำลังมีความสุข แต่มันกลับเต็มไปด้วย

ความสะใจเสียมากกว่า

 

ย้อนกลับมาที่ห้องรับแขกคุณนายแจ่มจรัสนั่งอยู่กับฉัตรชัยลูกชายคนโต ใบหน้าของนางแม้จะมีความสุขที่ได้ตัวลูกชายคน

เล็กกลับมาอยู่ด้วย แต่ในดวงตาคู่นั้นของหญิงชรากลับฉายแววของความหนักใจ ความกังวล และความสงสารสู่บุตรชายอีก

คน ที่ต้องไปลำบากยากแค้นในชนบท ทั้งๆที่เขาหาได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

 

"ฉัตร...แม่ขอบใจลูกมากนะที่ยอมทำเพื่อแม่...." มารดาลูบหัวบุตรชายคนโตช้าๆ ความรักแผ่นซ่านออกจากฝ่ามือที่ลูบผม

บุตรชายอย่างถนุถนอม

 

"ไม่เป็นหรอกครับแม่....แค่30วันเอง ...เอ่อแม่ครับ...ถ้ามีเหตุอะไรผิดพลาด...แม่เลื่อนงานแต่งของผมกับคุณหมิว ออกให้

ผมด้วยนะครับ...." ฉัตรชัยพูดออกมาเหมือนกับมีลางสังหรณ์

 

"จ๊ะ...แม่จะคอยดูแลหนู๋หมิวเอง ลูกไม่ต้องเป็นห่วง...แล้วลูกไปอยู่กับเมียของน้อง ลูกต้องพยายามขีดเส้นตัวเองให้ดีๆนะ

ลูก...คงลำบากใจพอดูแหละที่ต้องนอนอยู่ด้วยกัน ลูกต้องนึกไว้ในใจตลอดนะจ๊ะ..ว่านั่นคือเมียของน้อง..."

 

"ครับแม่...." ฉัตรชัยรับปากรับคำ แต่ยังหนักใจอยู่ว่าตนเองจะหาทางเลี่ยงแบบใดดี

 

"จ๊ะ...ดีแล้ว..แม่รู้ว่าลูกของแม่เป็นคนดี...ขอคุณพระคุ้มครองลูกนะ...ถ้าขาดเหลืออย่างไรโทรมาบอกแม่นะ...แม่จะเก็บ

บัตรเครดิตของลูกไว้อย่างดีไม่ต้องห่วง...แล้วลูกอยากได้อะไรอีกมั๊ยจ๊ะ...แม่จะไปเอามาให้..."

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป