ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
"แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่..." ชัดชายถามพี่ชายฝาแฝด ทำให้ฉัตรชัยต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้น้องชายฟังตั้งแต่เริ่ม
ต้นที่ปั้มแห่งนี้จนจบ
"พะ..พ่อ..เรายังอยู่มั๊ย..." แม้ฉัตรชัยจะไม่อยากเรียกคนๆนั้นว่าพ่อ แต่ก็จำใจเรียก
"ไม่รู้...เราไม่ได้เจอพ่อตั้งเกือบ30ปีแล้ว..." ชัดชายตอบเสียงเรียบไม่แสดงความรุ้สึกอย่างใด
"พ่อ..เป็นคนบอกนายใช่มั๊ยว่า นายมีพี่ชายฝาแฝดอยู่..."
"อืมมมม...แล้วแม่ล่ะ..เป็นไงบ้าง..." คุยกันมาตั้งนาน ชัดชายเพิ่งจะเอ่ยปากถามเรื่องมารดา
"ก็สบายดี...แม่อยากพบนายมาก...นายพอมีเวลาว่างไปหาแม่กับพี่มั๊ย..."ชัดชายนิ่งเงียบไปสักครุ่
"จะให้ไปเมื่อไหร่...."
"วันนี้ก็ได้ถ้านายว่าง...."
"ก็ดี....เราอยากพบแม่เหมือนกัน แต่เราต้องกลับไปบอกเมียก่อน..." น้ำเสียงของชัดชายไม่ได้บ่งบอกเลยว่าจะรุ้สึกแบบนั้น
"ไปรับลูกเมียนายเลยก็ได้นะ...แม่คงอยากเจอทั้งสองคน..." ฉัตรชัยบอกไปตามความรู้สึกของตนเองว่ามารดาคงอยากเจอ
ลูกสะใภ้คนเล็กกับหลาน
"อย่าเลย..ยุ่งยากเปล่าๆ...นายขับรถไปตามทางนี้แหละ...เดี๋ยวเราบอกทางไปบ้านเราให้ เราไปบอกเมียเราก่อนว่าจะไปธุระ.."
ตลอดเวลาที่ผ่านมาครู่ใหญ่แล้วฉัตรชัยก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแม้แต่สักนิดว่าน้องชายฝาแฝดของตนเองนั้นไม่เคยเรียกตน
ว่าพี่แม้แต่คำเดียว จากนั้นฉัตรชัยก็ซักถามถึงครอบครัวความเป็นอยู่ของน้องชายฝาแฝด ทำให้รู้เรื่องว่าตนเองมีหลานสาว
อยู่อีกคน
"หยุดตรงนี้ละ..."
ชัดชายสั่งให้พี่ชายฝาแฝดหยุดรถรอตรงศาลารถประจำทาง แล้วก็เปิดประตูรถลงไปนั่งรถเครื่องรับจ้าง เข้าไปตามถนนราด
ยางเส้นเล็กๆ ผ่านเข้าไปยังหมู่บ้านที่มองเห็นหลังคาเรียงรายลิบๆ จนหายไปกว่าครึ่งชั่วโมง ชัดชายก็กลับมาขึ้นรถ แล้วบอก
ว่าไปกันได้ละ
ฉัตรชัยจึงขับรถกลับบ้านไปหามารดาของตนเองทันที ก่อนจะถึงบ้านฉัตรชัยโทรศัพท์เข้าไปบอกให้มารดาทราบก่อนว่ากำลัง
พานายชัดลูกแฝดอีกคนไปหา แล้วก็ได้ยินเสียงมารดาพูดออกมาด้วยความดีใจทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะสลับกัน เหมือนยังตั้งสติ
ไม่ได้ จนรถผ่านประตุรั้วเข้ามา เขาก็เห็นมามารดามายืนดักรออยู่หน้าบ้านแล้วด้วยความดีใจ
"ลูกชัดของแม่ โฮๆๆๆ..."
คุณนายแจ่มจรัสถลาวิ่งออกมายืนข้างประตุรถ พอนายชัดเปิดลงมา ก็โผเข้ากอดแน่นทั้งร้องไห้ทั้งดีใจ ทั้งกอดทั้งจูบลูกชาย
ฝาแฝดผู้น้อง ที่พลัดพรากจากไปตั้งแต่ยังแบเบาะ ข้างฝ่ายชัดชายนั้นกลับยืนนิ่งปล่อยให้มารดากอดจูบไม่ได้ตอบโต้ ยังคง
ยืนนิ่งทิ้งมือสองข้างแนบลำตัว ไม่ได้กอดผุ้เป็นมารดาตอบโต้ แต่ก็ไม่เบี่ยงกายถอยหนี ฉัตรชัยมองภาพตรงหน้า ไม่ได้เห็น
ถึงความผิดปรกติ เพราะมัวแต่ดีใจแทนผู้เป็นมารดาที่ได้พบน้องชายอีกครั้ง
จากนั้นทั้งสามคนก็พากันเดินเข้าไปยังห้องรับแขก มารดาของฉัตรชัยจูงลูกชายแฝดคนเล็กไปนั่งข้างตนเองตรงข้ามกับ
ลุกชายอีกคน สองแขนของนางกอดรัดร่างบุตรชายคนเล็กไม่ห่างเหมือนกับกลัวว่าเขาจะพลัดพรากจากไปอีกครั้ง แล้วสอบ
ถามเรื่องราวของน้องชาย นายชัดชายก็ตอบคำถามไปทีละคำตามที่มารดาถามมา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ฉัตรชัยรับรู้มา
ก่อนหน้านี้แล้ว
"ลูก...พาครอบครัวมาอยู่กับแม่นะลุกนะ..." ท้ายสุดคุณนายแจ่มจรัสก้ร้องขอให้บุตรชายแฝดคนเล็กพาลูกและเมียมาอยุ่กับ
นางที่บ้าน ใบหน้าที่ดีใจปลื้มปิติของนางกลับเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำตอบจากลูกชาย
"อย่าดีกว่าแม่....ผมเคยชินเสียแล้วกับชีวิตบ้านนอก ไม่อยากมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพหรอกครับ"..
นายชัดชายตอบเรียบๆ หน้านิ่งสนิทจนแฝดผู้พี่ไม่กล้าคาดเดาว่าตอบมาด้วยอารมณ์แบบไหน จะน้อยใจผุ้เป็นมารดา หรือว่า
ไม่ชอบจริงๆ
"ทำไมล่ะลูก....บ้านของเราออกใหญ่โต...อีกไม่ถึงเดือนพี่เค้าก็แต่งงานไปอยู่บ้านใหม่แล้ว ลูกมาอยู่กับแม่เถอะนะลูก..." แม้
จะพูดยังไง ลงทุนอ้อนวอนอย่างไร นายชัดชายก็ยืนกรานคำพูดเดิม
"เอางี้นะแม่..ผมขอถามแม่แค่คำเดียวได้มั๊ยว่า....ทำไมแม่เลือกนายฉัตร...วันนั้นทำไมแม่ไม่เลือกผม..."
น้ำเสียงของชัดชายเข้มเครียด ใบหน้าแสดงความรู้สึกปวดร้าวออกมาชัดเจน จนคุณนายแจ่มจรัสงุนงง ไม่เข้าใจว่าลูกชาย
แฝดคนเล็กถามมาแบบนี้ เพราะเข้าใจอะไรผิดอย่างไร
"เปล่านะลูก...แม่ได้เลือกพี่เค้า...ที่จริงแม่ไม่ได้มีโอกาสเลือกลูกคนไหนเลย..พ่อของลูกเค้าคว้าเอาตัวลูกไปเอง.."
คุณนายแจ่มจรัสพยายามอธิบายให้ลูกชายฟัง แต่ชัดชายกลับทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในคำพูดนั้น ด้วยยังจำคำของบิดาที่
พร่ำบอกกรอกหูมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ว่า ตาของตนเองกีดกันความรักของพ่อกับแม่ แล้วไล่ให้พ่อออกจากบ้านเนื่องจาก
พ่อเป็นคนจน จากนั้นพ่อก็พยายามขอลูกสองคนมาเลี้ยงเอง แต่แม่ไม่ยอมให้ทั้งหมด แม่เลือกแฝดคนเล็กให้พ่อ ตนเอง
เอาแฝดคนโตไว้เลี้ยงเอง.... แม้มารดาจะพยายามอธิบายอย่างไร นายชัดชายก็หาได้เชื่อถือยังคงจำคำพูดกรอกหูของคน
เป็นพ่อไว้ไม่ลืมเลือน
"ผมก็ไม่รุ้ว่าพ่อหรือแม่ใครกันแน่ที่พูดปด......" ชัดชายพูดยังไม่ทัจบคำก็ถูกพี่ชายฝาแฝดตำหนิว่าห้ามพูดกับแม่แบบนั้น
"ก็ถ้านายมาเป็นเรา มาลำบากแบบเรา นายจะคิดบ้างมั๊ยว่า ทำไมแม่ถึงเลือกนาย ไม่เลือกเรา...เพราะนายอยู่อย่างสบายมี
เงินมีบ้านหรูหราน่าอยู่ มีการศึกษา มีรถหลายล้านขับ แต่เราล่ะ มีอะไร...เราไม่เคยมีอะไรสักอย่าง ฉนั้นนายอย่ามาพูดดีกว่า"
ชัดชายหันมาพูดเสียงกร้าวใส่แฝดคนพี่..
"ผมกลับนะแม่...."
หลังจากทุ่มเถียงกับฉัตรชัยจบ ก็รีบบอกลาคุณนายแจ่มจรัส พร้อมลุกขึ้นยืน จนนางต้องถลากอดรัดร่างลูกชายแฝดคนเล็ก
ไว้แน่น พร้อมร้องไห้ฟูมฟาย...
"อย่าไปลูก...โฮๆๆ อย่าทิ้งแม่ไปอีกเลยลูกจ๋า....โฮๆๆๆๆๆ พ่อฉัตรช่วยพูดกับน้องให้แม่ด้วย....โฮๆๆๆๆ.."
แม้คุณนายแจ่มจรัสจะฉุดยึดร่างบุตรชายคนเล็กไว้แน่นปานใด แต่เขากลับลุกขึ้นยืนแล้วย่างก้าวลากร่างบอบบางของ
มารดาไปตามทาง จนฉัตรชัยต้องเข้าไปยึดแขนน้องชายแน่น พร้อมถามกลับไป
"นายต้องการอย่างไร..บอกมาสิ พี่จะทำทุกอย่างให้นาย..ขอเพียงนายอย่าทำแบบนี้กับแม่..." สิ้นคำพูดของฉัตรชัย ทำให้
แฝดผู้น้องชะงักหันหน้ากลับมายิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำว่า.....
"เราไม่ใช่ขอทาน....เก็บข้าวของเงินทองของนายไว้เถอะ...แม่ผมกลับล่ะ...." ชัดชายพูดจบก็พยามแกะมือของมารดาที่
กอดยึดไว้
"ลูกจ๋า.....อย่าไปเลยลูก...แม่เฝ้ารอลูกมากว่า30ปี แล้วลูกจะทิ้งแม่ไปอย่างนี้ได้ยังไง....โฮๆๆๆๆ....ฉัตรช่วยแม่ด้วย..."
ขาดคำร่างคุณนายแจ่มจรัสก็ทรุดฮวบอย่างอ่อนแรง ใบหน้าขาวซีด เหมือนกำลังจะเป็นลม ฉัตรชัยถลาไปประคองร่างมารดา
ขณะที่ชัดชายกับยืนมองนิ่งเฉย เหมือนคนไร้หัวใจ แต่ก็ยังไม่ได้ขยับเดินไปไหน ผ่านไปสักครู่มารดาของฝาแฝดค่อยมีสติ
ถลาไปกอดบุตรชายคนเล็กอีกครั้ง
"อย่าทิ้งแม่ไปเลยนะลุกจ๋า....ข้าวของเงินทองในส่วนของลูก แม่เตรียมไว้แล้ว...พาลูกเมียมาอยุ่กับแม่นี่บ้านหลังนี้นะลูกนะ
แม่จะยกให้หนูทั้งหมดคนเดียวเลย..."
ชัดชายยังคงนิ่งเงียบเหมือนไม่ยินดีที่มารดาออกปากจะยกเรือนหลังใหญ่นี้ให้...ส่วนฉัตรชัยนั้นไม่ได้มีความคิดริษยาน้องชาย
ฝาแฝดแม้แต่น้อย ทั้งที่ตนควรมีส่วนในสมบัติของมารดากึ่งหนึ่ง..
"ชัด...พี่ขอสักครั้งเถอะ...ถ้านายยังคิดว่าพี่กับแม่ยังชดเชยให้นายไม่พอ เราจะยกที่ดินที่แม่ให้พี่กับนายก็ยังได้ หรือถ้ายังไม่
พอใจอีก รถเราไงนายเลือกเอาไปคันหนึ่ง คันไหนก็ได้ เรายกให้...."
ข้อเสนอของฉัตรชัยแฝดผู้พี่ ทำให้แฝดผู้น้องถึงกับอึ้งยืนนิ่ง แต่ทว่าคำตอบของชัดชายกลับทำให้ทั้งมารดาและพี่ชายฝา
แฝดต่างตะลึงกับข้อเสนอพิลึกพิลั่นนั้น อย่างคาดคิดไม่ถึง
"นายเคยลำบากเหมือนเรามั๊ย...ต้องอยู่อย่างคนไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ แม้จะได้ชื่อว่าลูก
ของกำนัน แต่ความจริงมันก็แค่ลูกเลี้ยง หรือพูดง่ายๆก็คือเด็กในความอุปถัมย์...เราใช้ชีวิตอย่างลำบากยากไร้มากกว่า30ปี
ในขณะที่นายเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทอง นายมีการศึกษา มีหน้าตาในสังคม ..เพียงเพราะแม่เลือกนายแล้วผลักไสให้
เราไปอยุ่กับพ่อ....ก็ได้ถ้านายอยากชดใช้คืนให้กับเรา...ฟังเราชัดๆนะ...นายกลับเรามาสลับตัวกัน เราลำบากมาสามสิบปี
เราขอให้นายไปลำบากแบบเราสัก30วันก็พอ...น้ำหน้าอย่างนายทำได้มั๊ยล่ะ... ถ้าทำได้เราจึงจะอยู่กับแม่....."