เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
น้องกิ๊ฟขี้อายตามข่าวที่ผมรู้มา เธอแทบไม่กล้ามองสบตากับผมเลย เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยท่าทีประหม่า ผิดกับแป้งที่คุยหยอกสร้างความครึกครื้นให้กลุ่มตลอดเวลา ส่วนโบกี้นั้นจะไม่ถือว่าเงียบและไม่ช่างคุยเรียกว่ากำลังพอเหมาะพอดี
ผมอยู่ในกลุ่มกับสามสาวด้วยความเบิกบานใจ พอทำเสร็จเรียบร้อยพวกเราก็มอบหน้าที่ให้โบกี้กับแป้งเป็นตัวแทนออกไปนำเสนอหน้าชั้นเรียน ผมนั่งมองสองสาวที่สวยจับใจอย่างมีความสุข ถ้ามีใครในห้องนี้รู้ว่าทั้งโบกี้และแป้งเป็นแฟนผมแบบลับ ๆ ทั้งคู่ ใครคนนั้นคงจะอิจฉาผมจับใจ
"... พี่หนุ่มเป็นแฟนกับพี่โบกี้เหรอคะ"
ระหว่างที่ผมนั่งมองโบกี้กับแป้งเพลิน ๆ กิ๊ฟที่นั่งข้างผมก็พูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิวจนผมแทบไม่ได้ยิน แถมเธอยังพูดแบบไม่ได้มองหน้าผมด้วย ถ้าเธอไม่เรียกชื่อผม ผมก็คงไม่รู้ว่าเธอถามผมหรือถามใคร
ผมได้ยินที่เธอถามแต่ไม่แน่ใจว่าควรตอบยังไง ผมเลยถามย้อนกลับไปเพื่อซื้อเวลา เธอรู้เรื่องระหว่างผมกับโบกี้มากแค่ไหน เพราะโบกี้เธอบอกว่าจะเก็บเรื่องของเราเป็นความลับเอาไว้ก่อน
"กิ๊ฟว่าอะไรนะ"
"... เปล่าค่ะ ... คือ ... เวลาพี่โบกี้มองพี่ ... หนูรู้สึกว่ามันลึกซึ้งกว่าปกติ หนูเลยสงสัย ไม่มีอะไรหรอกนะคะ"
กิ๊ฟตอบเสียงอ้อมแอ้มแบบไม่มองผมเลยสักแวบ จากนั้นเธอก็นิ่งเงียบไปไม่ยอมพูดอะไรอีก ผมเลยนั่งอึ้ง ๆ ไม่นึกว่าจะมีคนสังเกตเห็น แต่ฟังแล้วกิ๊ฟน่าจะยังไม่รู้ว่าผมกับโบกี้สัมพันธ์กันระดับไหน ไม่งั้นเธอคงไม่พูดแบบนี้
ผมนั่งเงียบ ๆ กับกิ๊ฟไปสักพักคลาสเรียนวิชาเลือกก็จบลง สามสาวแยกตัวไปคุยกระหนุงกระหนิงไม่สะดวกให้ผมเข้าแทรก งานกลุ่มของพวกเราถือว่าดีทีเดียว และที่ดีกว่าก็คืออาจารย์บอกว่าจะให้คงทีมแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดเทอม ซึ่งนั่นหมายความว่าผมจะมีข้ออ้างอยู่กับสามสาวโดยไม่ต้องลำบากยากเย็นหามา
ผมรีบแยกตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนเพราะปวดฉี่มากพอสมควร แถมได้อยู่ใกล้ชิดสามสาวสวยผมก็ยิ่งตื่นตัวขึ้นมาเลยเกือบจะทนไม่ไหว ระหว่างที่ออกมาจากห้องน้ำชายผมก็เจอกระเป๋าสะพายผู้หญิงหล่นอยู่ ผมเลยหยิบมาดูเผื่อจะรู้จัก
ในกระเป๋าสะพายไม่มีอะไรมาก มีแค่กุญแจห้องพักกับของใช้จุกจิกของผู้หญิง แล้วก็กระเป๋าใส่เงิน ผมเปิดกระเป๋าเงินเพื่อมองหาบัตรประชาชนหรือบัตรนักศึกษาซึ่งในนั้นก็มีสิ่งที่ผมมองหา แต่เรื่องน่าสนใจก็คือกระเป๋าเงินใบนี้มีเงินติดอยู่แค่ไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท แถมผมยังเห็นใบทวงหนี้ค่าเทอม ค่าห้องพัก ค่าน้ำ ค่าไฟอยู่ในนั้นด้วย
แรกทีเดียวผมขี้เกียจจะสนใจละลาบละล้วง แต่พอเห็นบัตรนักศึกษาแล้วพบว่าเป็นของน้องกิ๊ฟสาวหน้าประถมนมมหาลัยผมก็เปลี่ยนใจ พอลองไล่อ่านแล้วก็พบว่าน้องกิ๊ฟเธอดูจะมีปัญหาทางการเงินมากพอควร ค่าห้องพัก ค่าน้ำ ค่าไฟก็ค้างมาเกือบสามเดือน จนเริ่มมีใบแจ้งให้ย้ายออก ส่วนค่าเทอมก็ดูเหมือนว่าเธอจะทำเรื่องขอผ่อนผันไว้ และตอนนี้ก็ถึงกำหนดชำระเงินแล้ว
ผมอ่านจบก็เก็บสิ่งของแล้วเดินหาน้องกิ๊ฟ ถ้าไม่เจอผมก็คงจะฝากผ่านแป้งหรือโบกี้ได้ แล้วผมก็ได้ยินเสียงใครแว่ว ๆ มาจากอีกด้านของผนังตึก คือตัวอิฐมันเป็นอิฐแบบมีรูเสียงมันก็เลยลอดออกมาได้ พอผมแอบมองก็บังเอิญเหลือเกินที่เป็นน้องกิ๊ฟนั่นเอง
ทีแรกผมคิดจะเดินเอาของไปให้น้องกิ๊ฟ แต่บังเอิญผมได้ยินเธอพูดชื่อพี่โต๋ขึ้นมาผมเลยชะงักแล้วแอบฟัง เพราะผมยังมีคดีความกับพี่โต๋เรื่องโบกี้อยู่ ผลของการแอบฟังทำให้ผมได้รู้เรื่องที่น่าตกใจ สรุปแล้วครอบครัวของกิ๊ฟมีปัญหาเรื่องการเงินกะทันหัน พี่โต๋ก็เลยยื่นข้อเสนอประมาณว่าให้กิ๊ฟใช้ตัวแลกเงิน แต่เท่าไหร่ผมไม่ได้ยินพูดถึง
กิ๊ฟทำหน้าเครียดเหมือนจะร้องไห้ ท่าทางของเธอเหมือนไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แต่ก็ยังไม่เห็นว่าเธอจะตกลงกับพี่โต๋ ดูแล้วผมเลยรู้ว่าพี่โต๋น่าจะยังไม่ได้ฟันกิ๊ฟ แต่อนาคตก็ไม่แน่ เพราะดูแล้วกิ๊ฟน่าจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก และพี่โต๋ก็ช่วยเธอได้
แต่ถ้าผมบังเอิญยื่นมือสอดเข้าไปล่ะ เรื่องเงินผมก็พอช่วยได้ แถมยังได้แก้แค้นพี่โต๋เรื่องโบกี้อีก ที่สำคัญก็คือกิ๊ฟเองก็สวยน่ารักน่าฟัดใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่
พอความคิดด้านมืดโผล่ขึ้นมา ผมก็แอบมองสองเต้าอวบของกิ๊ฟแล้วกลืนน้ำลาย หัวล่างของผมตื่นตัวขึ้นมา แต่หัวบนนั้นพยายามคิดว่าไม่ควรหาเรื่องใส่ตัว ตอนนี้แค่มีโบกี้ แป้ง กับน้องแอลสามคน ผมก็ไม่รู้จะจัดการยังไงอยู่แล้ว แถมกิ๊ฟยังน่าสงสาร จะให้ผมซ้ำเติมอีกก็ทำไม่ลง
ระหว่างที่ยืนคิดอยู่นั้นกิ๊ฟก็หันมามองสบตากับผมผ่านร่องอิฐพอดี เธอทำท่าตื่นตกใจมาก ผมเลยยิ้มให้แล้วเดินอ้อมผนังอิฐไปยื่นกระเป๋าสะพายคืนเจ้าของ เธอทำท่าโล่งใจพอควรที่ได้ของคืนและขอบคุณผมเป็นการใหญ่
"ขอบคุณค่ะพี่หนุ่ม ... เอ่อ ... พี่มานานหรือยังคะ คือ ..."
"มานานพอที่จะได้ยินเรื่องของกิ๊ฟหมดแล้วล่ะ"
"พี่หนุ่มอย่าบอกใครนะคะ หนูขอร้อง"
"ไม่บอกใครหรอกสาบานได้เลย"
เธอถามเสียงอ้อมแอ้มหลบสายตาผมตามเคย ผมเลยยักไหล่แล้วตอบเธอไปตามตรง ก่อนจะสาบานว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร เรื่องแบบนี้ไม่สมควรพูดจริง ๆ เพราะกิ๊ฟนี่แหละที่จะเสียหายหนัก ฝ่ายผู้ชายคงไม่มีอะไรเท่าไหร่
ตอนนี้กิ๊ฟทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมา ผมเลยรู้สึกทนไม่ไหวยื่นมือไปจับข้อมือกิ๊ฟแล้วลากเธอเดินไปในตัวอาคาร กิ๊ฟมองผมด้วยท่าทางตกใจและพยายามบอกให้ผมปล่อยมือด้วยเสียงอ่อน ๆ นุ่ม ๆ แต่ผมไม่สนใจจูงเธอเดินเข้าไปใต้บันได ซึ่งก็ยังดีที่ไม่มีคน
เอ่อ ผมไม่ได้หื่นขนาดนั้นนะครับ ไม่ได้ทำอะไรหรอก ถึงผมอยากทำจะแย่ก็เหอะ แต่ถ้าทำกันแบบนี้ก็คุกน่ะซิครับคุณ ผมแค่ลากเธอไปที่ตู้เอทีเอ็ม ผมกดเงินออกมาจำนวนหนึ่งให้พอจ่ายหนี้ของเธอ แถมเหลือส่วนหนึ่งให้เธอใช้ในชีวิตประจำวัน
กิ๊ฟทำตาโตตกใจ เธอพยายามไม่รับเงินที่ผมให้ แต่ผมไม่สนใจจับเงินยัดใส่กระเป๋าสะพายของเธอแล้วบอกว่าให้ยืมเฉย ๆ พอมีเงินแล้วค่อยมาคืน จากนั้นผมก็เดินหนีเพื่อไม่ให้เธอคืนเงินผมได้ ผมเดินมาได้หน่อยเดียวก็เจอแป้งกับโบกี้ที่ลานใต้ตึกพอดี
"เดี๋ยวพวกเราไปกินข้าวกันสี่คนนะ ฉลองทีมใหม่หน่อย รอน้องกิ๊ฟหน่อยนะ โทรไปแล้วไม่รับ ไม่รู้ไปไหน"
แป้งยิ้มหวานแล้วเอ่ยปากชวนผม โดยที่โบกี้ยืนอยู่ด้านข้าง ถ้ามองผิวเผินแล้วก็เหมือนการกินข้าวตามประสาเพื่อน แต่คิดอีกที ความจริงแล้วเย็นนี้ผมควรจะไปเที่ยวกับโบกี้สองต่อสอง ผมเองก็ปฏิเสธคำเชิญชวนของแป้งไปแล้ว ผมเลยไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วแป้งมีเจตนาอะไรกันแน่ หรือว่าเธอก็แค่อยากให้ผมอยู่กับเธอ แป้งเลยหาข้ออ้างเรื่องนี้ขึ้นมา แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ
ผมพยักหน้ารับ แล้วจังหวะนั้นกิ๊ฟก็เดินตามมาด้านหลัง เธอคงจะพยายามตามมาคืนเงิน แต่พอเห็นโบกี้กับแป้งก็ทำท่าชะงัก เธอคงไม่กล้าให้ใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
สามสาวคุยกันครู่หนึ่งกิ๊ฟก็ตกลงไปด้วยกัน แต่เธอบอกต้องกลับหอพักไปทำธุระก่อน พอกิ๊ฟแอบชำเลืองมองมาทางผมก็พอเดาได้ว่าเธอคงจะรีบกลับไปจ่ายเงินที่ค้างอยู่ แป้งกับโบกี้ไม่รู้เรื่องนี้แต่สองสาวเสนอให้ไปฉลองที่พักของกิ๊ฟแทน ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธ
พวกเราไปซื้อของกินด้านหลังมหาวิทยาลัย แล้วก็ไปที่ห้องพักของกิ๊ฟตามตกลง ผมมองไปรอบห้องด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย กิ๊ฟอาศัยอยู่ในห้องพักขนาดกลาง ๆ ราคาน่าจะใกล้กับของแป้ง ในห้องดูจะพอมีอุปกรณ์เครื่องใช้อยู่บ้าง แสดงว่าก่อนหน้านี้เธอพอมีเงินใช้ แต่ตอนนี้ครอบครัวถังแตกและเพิ่งส่งผลกระทบเรื่องเงิน
แป้งทำหน้าที่สร้างความบันเทิงที่ดี เธอเองก็พูดเก่งมนุษยสัมพันธ์ดีอยู่แล้ว พวกเราเลยกินกันไปหัวเราะกันไป สักพักไม่รู้ว่าแป้งนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรหยิบเหล้าที่แอบซื้อออกมาเปิดขวด โบกี้กับกิ๊ฟแสดงท่าทางไม่ค่อยอยากดื่มเท่าไหร่ แต่แป้งคะยั้นคะยอบอกว่าพรุ่งนี้ไม่มีเรียน แถมยังอยู่ในห้องพักไม่ต้องกลัวใคร ถ้าจะกลัวก็กลัวผมทำมิดีมิร้ายแค่คนเดียว