เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
ผมกระเด้าพลางมองดูภาพร่างงามที่กระเด้งกระดอนในกระจกเงาด้วยความสะใจ สาวน้อยคนสวยก็ปรือตามองดูพร้อมกับส่งเสียงครางกระเส่า ความหื่นกระสันทำให้สะโพกของผมโหมกระแทกแรงขึ้นทีละน้อย สองมือก็เคล้นขยี้ใส่จนสองเต้าอวบบิดเบี้ยวแทบแตกคามือ
เสียงเนื้อกระแทกเนื้อและเสียงครวญครางของสาวน้อยแสนสวยดังระงม แอลเริ่มร่อนสะโพกสวนรับจังหวะกระแทกเอวของผมดีขึ้นทีละน้อย ความเสียวของเราสองคนเลยยิ่งพุ่งไต่ทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ผมกระแทกไปได้ราวห้านาทีน้องแอลก็ทนไม่ไหว ตัวเธอกระตุกเฮือกพร้อมกับส่งเสียงหวีดร้องออกมาดังลั่น ร่องสาวตอดตุบใส่ผมอย่างหนักหน่วง แต่ว่าครั้งนี้ผมไม่เสียหน้าเหมือนครั้งแรกแล้ว เพราะรอบสองจะอดทนได้ดีกว่ารอบแรก
อาการตอดเกร็งของแอลทำให้ผมต้องหยุดกระเด้า ผมยืนส่งเสียงหอบเหนื่อยซึมซับความสุขจากสาวน้อย พวกเราสองคนเพิ่มล้างเนื้อล้างตัวไปเมื่อครู่ แต่ตอนนี้พวกเราสองคนชุ่มไปด้วยเหงื่ออีกครั้งแล้ว
หลังจากเริ่มหายเกร็ง น้องแอลก็ปรือตาขึ้นมาหอบหายใจแรง เธอมองผมด้วยแววตาหวานฉ่ำผ่านกระจกเงา ผมเลยใช้สองมือที่จบเต้านมของเธอช่วยประคองรั้งเธอให้ยืนขึ้นมา แล้วผมก็ขยับหน้าเข้าไปจูบปากเพื่อแสดงความรัก สองมือของผมเริ่มเคล้นคลึงเต้าอวบอีกครั้ง ส่วนสะโพกก็เริ่มกระเด้าซอยช้า ๆ แบบเนิบนาบเพื่อปลุกอารมณ์เสียวของเธอขึ้นมาใหม่
เราร่วมรักกันในท่ายืนทำให้กระเด้าได้ไม่สะดวกเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าได้อารมณ์ดี พอเห็นว่าน้องแอลเริ่มครางและร่อนสะโพกสู้ผมก็รู้ว่าเธอมีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว ผมเลยขยับถอยออกเพื่อเปลี่ยนท่วงท่าหาความแปลกใหม่ ครั้งนี้ผมขยับไปนั่งบนเตียงนอน และจับให้น้องแอลนั่งคร่อมเป็นฝ่ายขย่มใส่ วันนี้ผมตั้งใจจะสอนให้สาวมัธยมนมมหาลัยคนนี้ติดใจลีลารักของผมให้จงได้
ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็วจนไม่อยากเชื่อ ผมน้ำแตกใส่แอลไปสี่รอบ ส่วนเธอโดนผมส่งขึ้นสวรรค์ไปหกหรือเจ็ดรอบน่าจะได้ และตอนนี้คุณหนูแสนสวยคนนี้ก็กำลังนอนสลบเหมือดส่งเสียงกรนอยู่บนเบาะที่นั่งข้างผม
ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนจะสลบเหมือนกัน แต่ก็ต้องฝืนตื่นขับรถพาน้องแอลกลับมาส่งที่คฤหาสน์หรูให้ทันเวลา ไม่งั้นเกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ถึงจะยังดีที่น้องแอลบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ผมกลัวจะโดนพ่อแม่ของเธออุ้มไปโยนทิ้งในทะเลมากกว่า
"ถึงแล้วแอล ตื่นแล้วเข้าบ้านก่อน เกือบจะสายแล้ว"
ผมยื่นมือไปลูบขาอ่อนที่อยู่ใต้กระโปรงนักเรียนของเธอแล้วเขย่าเบา ๆ แม่สาวน้อยร้องอือออกมาคำหนึ่งแต่ไม่ยอมตื่น ผมเลยมองซ้ายมองขวาแล้วโน้มหน้าไปหอมแก้มเนียนใสพร้อมกับยื่นมือไปขยำนมของเธอจากด้านนอกเสื้อนักเรียนเบา ๆ พูดจริง ๆ แล้วก็ยังอยากจะต่ออีกสักยกเหมือนกัน
พอทำแบบนี้แอลถึงค่อยลืมตาตื่นขึ้นมา เธอมองซ้ายมองขวาด้วยความงัวเงีย แต่พอเห็นว่าอยู่หน้าบ้านตัวเองก็สะดุ้งตกใจเล็ก ๆ เธอรีบมองดูนาฬิกาแล้วมองหน้าผมด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ เธอก็คงคิดเหมือนผมว่ายังไม่อยากจะแยกจากกัน ข้าวใหม่ปลามันก็แบบนี้แหละ
"... ขอบคุณค่ะ"
แอลนั่งนิ่งไปครู่หนึ่งก็เอ่ยปากขอบคุณ ก่อนจะโน้มหน้ามาจูบปากกับผมอย่างเร่าร้อน จากนั้นเธอจึงค่อยเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่โดยมีผมมองอยู่ห่าง ๆ
ผมยิ้มด้วยความรู้สึกแปลก ๆ น้องแอลเป็นคนพูดน้อยไม่ค่อยแสดงออกด้วยการพูด ขนาดตอนกอดร่วมรักกันก็แทบไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย เราสองคนไม่ได้บอกรัก ไม่ได้ให้คำสัญญาอะไรกัน เธอไม่ได้ทวงถามความรับผิดชอบ แถมยังขอบคุณผมทั้งที่ผมเป็นคนทำลายความบริสุทธิ์ของเธอไป
พอลองคิดย้อนกลับไปแล้ว ผมก็เริ่มรู้สึกว่าผมกำลังทำผิดสร้างเรื่องปวดหัวให้ตัวเองและคนอื่น ความจริงผมไม่ควรจะมีอะไรกับน้องแอล เพราะตกลงเป็นแฟนกับโบกี้แล้ว แต่ผมก็ยังแอบมามีอะไรกับน้องแอล แล้วก็ยังมีแป้งอีกคน
ถึงแป้งจะออกปากว่าไม่ได้คิดให้ผมเป็นแฟน แต่ผมรู้สึกว่าปากแป้งไม่ตรงกับใจ ถึงเธอจะพูดแบบนั้น แต่ผมรู้สึกว่าเธออยากให้ผมเป็นแฟนของเธอ เพียงแต่เธอไม่กล้าพูดแบบนั้นเพราะจะทำให้เธอรู้สึกผิดกับโบกี้เพื่อนรัก ตอนนี้ความสัมพันธ์ของผมกับพวกเธอเลยซ้อนทับกันยุ่งเหยิงชอบกล
คืนนี้ผมกะจะไปนอนพักให้เต็มคราบ แต่ปัญหาก็คือพรุ่งนี้จะวางแผนยังไงต่อ น้องแอลเอ่ยปากว่าอยากเจอกับผมตอนเย็นหลังเลิกเรียน โบกี้ก็ส่งข้อความมาบอกว่าอยากไปเดินเล่นกันสองต่อสอง แป้งบอกว่าอยากหาเรื่องสนุก ๆ ทำกัน สามสาวต่างก็อยากนัดเจอกับผม แต่ปัญหาก็คือผมมีแค่คนเดียวไม่สามารถแยกร่างตามใจทั้งสามคนได้
ผมถอนหายใจแล้วใช้ปลายนิ้วลูบไปตามกรอบแว่นวิเศษ ผมสร้างสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงกับสามสาวด้วยแว่นนี้ ผมใส่ความคิดปลอม ๆ ให้พวกเธอไปหลายอย่าง ผมเลยแอบหวังว่าหากผมวางแผนดี ๆ เจ้าแว่นนี้อาจจะช่วยแก้ความยุ่งเหยิงนี้ได้บ้าง
อะแฮ่ม ... ว่าแต่พรุ่งนี้ผมจะไปหาใครดีหนอ
หลังกลับจากเที่ยวทะเลกับแอลผมก็รีบเข้านอนด้วยความเหนื่อยอ่อน และวันนี้ผมก็ตื่นเช้าเป็นพิเศษตั้งแต่ไก่โห่ เพราะตั้งใจจะชดเชยให้โบกี้ด้วยการทำเรื่องคาดไม่ถึง ผมจะไปรับเธอจากคอนโดไปมหาลัย ผมแวะซื้อดอกไม้ที่เธอชอบหนึ่งช่อด้วยเพราะรู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่แอบไปมีอะไรกับคนอื่น
ผมไม่โทรบอกเธอล่วงหน้าเพื่อสร้างความแปลกใจเล่น ผมขับรถไปจอดที่หน้าคอนโดของเธอแล้วนั่งรออยู่ในนั้น ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไปนักศึกษาสาวแสนสวยเสน่ห์แรงก็เยื้องย่างออกมาข้างนอก
ผมใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยไปกับผิวขาวกระจ่างเนียนผุดผาด รูปร่างทรวดทรงของเธอช่างสมบูรณ์แบบราวกับนางฟ้า สายตาหื่นกลัดมันของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แถวนั้นเป็นหลักฐานชั้นดีที่ช่วยยืนยันเสน่ห์อันร้อนแรงของเธอ โบกี้ของผมเป็นผู้หญิงที่สวยร้อนแรงที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา
ถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไป โบกี้เป็นเหมือนนางฟ้าบนสรวงสวรรค์ที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัส แต่เจ้าแว่นที่ผมใส่อยู่ทำให้ผมได้ทำมากกว่าสัมผัส โบกี้ดาวมหาวิทยาลัยที่สวยโดดเด่นที่สุดคนนี้เป็นแฟนลับ ๆ ของผม
ผมสูดหายใจระงับความตื่นเต้นเตรียมเปิดประตูรถลงไปสร้างความแปลกใจให้เธอ แต่ว่ายังไม่ทันได้ขยับตัวผมก็ต้องชะงักกึก เพราะว่ามีหนุ่มหล่อหุ่นนายแบบมาดเนี้ยบเดินเข้าไปหาโบกี้พร้อมด้วยกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ โบกี้เองก็หยุดชะงักทำท่าแปลกใจ เพราะว่าผู้ชายคนนั้นก็คือแฟนเก่าของโบกี้ เขาชื่อว่าพี่โต๋
พี่โต๋เคยคบกับโบกี้สักระยะ แต่พี่โต๋เขาไปแอบคบกับดาวคณะบัญชีแล้วโบกี้จับได้ สองคนนี้ก็เลยทะเลาะกัน แล้วตอนนั้นผมก็ดันไปได้ยินโบกี้ทะเลาะกับพี่โต๋ผ่านทางโทรศัพท์พอดี ถ้าจำกันได้ตอนนั้นล่ะครับที่โบกี้เธอยื่นมือมากดปุ่มทำงานของแว่น ทำให้เธอกลายเป็นเมียของผมไปโดยไม่ได้เจตนาทั้งสองฝ่าย
โบกี้ขมวดคิ้วมองพี่โต๋ด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจ เธอทำท่าจะหมุนตัวหนีกลับเข้าไปแต่พี่โต๋ก้าวเท้ายาว ๆ ไปหาแล้วคว้าแขนของโบกี้เอาไว้ โบกี้หันมาสะบัดแขนแล้วทำท่าจะเอาเรื่อง แต่พี่โต๋ก็ลงทุนทำเรื่องที่ผมต้องตกใจ เขาลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นแล้วก้มหน้าทำท่าเหมือนขอร้อง มองแล้วเหมือนกับฉากพระเอกในหนังอะไรแนวนั้นเลย
ผมอ้าปากค้าง โบกี้เองก็เบิกตากว้างตกใจแล้วทำท่าเลิ่กลั่ก คนแถวนั้นพากันมองแล้วส่งเสียงซุบซิบนินทากันยกใหญ่ โบกี้หันหน้าไปมาทำตัวไม่ถูก แต่เธอก็ไม่กล้าเดินหนีเข้าไปข้างใน ผมเห็นเธอขมวดคิ้วอ้าปากพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่ได้ยินเพราะผมอยู่ไกลเกินไป แถมยังอยู่ในรถด้วย แต่เดาว่าเธอน่าจะบอกให้พี่โต๋ลุกขึ้นก่อน
พี่โต๋ก็ใจแข็งเหลือเชื่อ เขานั่งคุกเข่าแบบนั้นแล้วยื่นช่อดอกไม้ให้ ผมเห็นแล้วยังอึ้งในความพยายามหรือถ้าจะเรียกว่าหน้าด้านไม่สนใจสายตาคนก็ยังได้ ขนาดผมยังรู้สึกนับถือความกล้าของพี่โต๋ขึ้นมา โบกี้ที่โดนง้ออยู่ก็เริ่มแสดงท่าทีลังเลสับสน แล้วผมก็ต้องรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นเธอยื่นมือไปรับช่อดอกไม้มาถือไว้