เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
"หนุ่ม ยุ่งอยู่หรือเปล่าจ๊ะ"
ตอนที่ผมกำลังนั่งมึน ๆ อยู่ ก็มีเสียงเรียกมาจากด้านหลัง และเมื่อผมหันไปดูก็เห็นสาวสวยในชุดนักศึกษายืนยิ้มให้ผมอยู่ เธอคนมีนี้ชื่อว่าแป้ง แป้งเป็นลูกครึ่งไทยจีนหน้าตาหมวย ๆ แป้งเรียนคณะเดียวกับผม เราเรียนชั้นปีเดียวกัน เธอเป็นเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของโบกี้ และสิ่งที่ผมกำลังสงสัยก็คือทำไมแป้งมาทักผม และทำไมเธอถึงไม่ไปพร้อมกับโบกี้
"เปล่า ๆ ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอกแป้ง เราแค่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ"
ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไง แต่ก็รีบตอบเธอด้วยท่าทางประหม่าเล็ก ๆ เพราะพูดกันตามตรงแล้ว โบกี้อาจจะสวยอันดับหนึ่งของคณะ แต่ว่าแป้งก็สวยไม่แพ้โบกี้สักเท่าไหร่ จุดเด่นอันดับแรกของแป้งคือความขาว เธอขาวโดดเด่นละลานตา และยังนมใหญ่ไม่แพ้โบกี้ด้วย แต่รูปร่างโดยรวมของโบกี้ดูดีกว่าสักหน่อย แป้งเลยกลายเป็นอันดับสองในเรื่องความสวย
"เหรอ แล้วเย็นนี้หนุ่มติดธุระอะไรหรือเปล่า พอดีเราอยากหาคนช่วยสอนวิชาวงจรไฟฟ้าหน่อย เห็นมีคนแนะนำว่าหนุ่มเก่ง น่าจะสอนได้ วันนี้หนุ่มพอมีเวลาสอนเราหรือเปล่าล่ะ ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นอะไรนะ"
แป้งมองผมแล้วยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะบอกจุดประสงค์ของเธอออกมา ผมฟังแล้วนิ่งไปพักใหญ่ ผมเรียนเก่งก็จริง และผมก็เคยสอนเพื่อนในกลุ่มบ่อยครั้ง แต่ว่าผมไม่เคยมีโอกาสสอนสาวสวยแบบแป้งมาก่อน ผมเลยเริ่มรู้สึกประหม่าเล็ก ๆ
แต่พอคิดอีกทีผมคงคิดมากเกินไป เธอไม่น่าจะขอให้ผมสอนเธอแบบตัวต่อตัว แต่น่าจะเป็นแบบกลุ่มมากกว่า และผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ อย่างน้อยถ้าผมสนิทกับเพื่อนของโบกี้ ผมก็จะได้ใกล้ชิดกับโบกี้มากขึ้นด้วย ผมเลยพยักหน้าตอบตกลงแป้งเพื่อสร้างคะแนนบวกให้ตัวเอง
"ได้อยู่นะ วันนี้เลยเหรอ ที่ไหนล่ะ จะให้สอนกี่คน"
"สอนเราคนเดียวนี่แหละ ส่วนสถานที่ก็ ... อืม ที่ไหนดีล่ะ ไปห้องเราก็ได้ เราอยู่คนเดียว คอนโดเราอยู่ติดรั้วมหาวิทยาลัยเดินไปหน่อยเดียวก็ถึง ไปกันเลยนะ ถ้าหิวเดี๋ยวซื้ออะไรแถวนั้นไปกินในห้องก็ได้"
เธอตอบในสิ่งที่ผมคาดไม่ถึงว่าจะได้ยิน เธอกำลังจะให้ผมไปสอนเธอแบบตัวต่อตัวในห้องที่เธออยู่แค่คนเดียว ตอนนี้ผมกำลังรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นแปลก ๆ เพราะความคิดของผมกำลังแล่นไปไกลลิบ ผมกำลังสงสัยว่าแป้งกำลังแอบทอดสะพานให้ผมหรือเปล่า
ผมเชื่อแบบนั้นจริง ๆ หรือถ้าพูดให้ถูก ผมว่าผู้ชายทุกคนก็คงคิดแบบเดียวกับผมนั่นแหละ ลองมีสาวสวยมาชวนไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ ใครบ้างจะไม่คิดมาก ตอนนี้ผมเลยเริ่มรู้สึกใจเต้นแรงจนประหม่าทำอะไรไม่ถูก กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งผมก็เดินตามหลังแป้งไปทางด้านหลังมหาวิทยาลัย แล้วเดินเข้าไปในคอนโดระดับกลางแห่งหนึ่งซึ่งผมไม่เคยแวะเข้าไปมาก่อน
ระหว่างที่เดินไป สายตาของผมแอบมองนมมองก้นของแป้งไม่ได้หยุด ความคิดของผมมันเตลิดไปแล้ว สมองส่วนล่างก็เลยพองตัวแข็งขึ้นมาเป็นลำยาว ผมกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหวยรางวัลที่หนึ่งติดกันสองครั้งซ้อน ครั้งแรกคือตอนที่ผมได้โบกี้ และตอนนี้ผมก็กำลังอยู่ในห้องของแป้งแบบสองต่อสอง
"หนุ่มเป็นผู้ชายคนแรกเลยนะ ที่แป้งพามาเข้าห้อง"
พอเข้าห้องแป้งก็พูดแล้วยิ้มเหมือนหว่านเสน่ห์จนผมใจเต้นแรง ยิ่งได้ยินเธอพูดสองแง่สามง่ามแบบนี้ผมก็ยิ่งคิดเข้าข้างตัวเองว่าผมน่าจะคิดถูก ถึงผมจะไม่อยากเชื่อแต่มันก็เป็นไปแล้ว
"แฟนแป้งยังไม่เคยเข้ามาเหรอ"
ผมกลืนน้ำลายลงคอแล้วถามเหมือนไม่มีสติ เพราะผมนึกขึ้นมาได้ว่าแป้งมีแฟนแล้ว แฟนแป้งก็เป็นเพื่อนคณะเดียวกันกับผม ถึงผมจะไม่ค่อยสนิทด้วยนัก แต่ก็เคยคุยกันบ่อยพอสมควร ผมเลยรู้ว่าสองคนนี้เพิ่งคบกันเป็นแฟนได้สักระยะแล้ว
"หมายถึงโป้งเหรอ ผู้ชายนิสัยไม่ดีแบบนั้นใครจะคบเป็นแฟนด้วยให้เสียเวลา อย่าพูดให้แป้งได้ยินอีกนะ"
แป้งขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนหงุดหงิดตอนที่ผมพูดถึงแฟนเธอ จากนั้นเธอก็เดินไปนั่งตรงขอบเตียงนอน ท่านี้ทำให้กระโปรงนักศึกษาร่นขึ้นไปด้านบนจนผมเห็นขาท่อนขาขาว ๆ ของเธอได้มากกว่าเดิม ผมเลยต้องกลืนน้ำลายลงไปอีกอึกใหญ่ด้วยความหื่น ท่าทางของเธอในตอนนี้ดูยังไงก็เหมือนกำลังยั่วผม
ผมมองขาขาว ๆ ของเธอจนลืมเก็บอาการ พอรู้ตัวอีกครั้งแป้งก็มองผมแล้วหัวเราะคิกคัก เธอคงรู้แล้วล่ะว่าผมกำลังแอบมองขาของเธอ แต่ว่าเธอก็ไม่ได้เอาอะไรมาปิดไม่ให้ผมมอง หรือว่าเธอจะยั่วให้ผมเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหาเธอจริง ๆ
"หนุ่มพร้อมยัง เราพร้อมแล้วนะ เริ่มกันเลยก็ได้"
"... เริ่ม ... เริ่มอะไร"
ผมตอบด้วยน้ำเสียงประหม่า ในหัวผมตอนนี้มีแต่เรื่องลามกเต็มไปหมด ส่วนแป้งเองก็มองผมแล้วยิ้ม ๆ ไม่พูดอะไร เธอลุกขึ้นมาจากเตียงเดินมาหา ผมเลยได้แต่ยืนนิ่งหัวใจเต้นแรง
"ก็เริ่มสอนน่ะซิ หนุ่มคิดว่าเริ่มอะไรล่ะ"
แป้งพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะหัวเราะ แล้วเธอก็เดินไปยกเอาโต๊ะญี่ปุ่นวางบนพื้นห้อง จากนั้นก็หยิบเอาเบาะนั่งไปวางข้างโต๊ะ แล้วยกมือทำสัญญาณให้ผมไปนั่ง ตอนนี้ผมเลยรู้สึกเหมือนตัวเองเสียมารยาทคิดไปไกลเกินเหตุ
แป้งหยิบเอาหนังสือวิชาวงจรไฟฟ้ามาวางพร้อมกับสมุดจด จากนั้นผมก็เริ่มสอนเธอตั้งแต่ต้น และการสอนในครั้งนี้ก็นับว่าเป็นอะไรที่ยากลำบากที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา เพราะว่าด้านหน้าของผมเป็นสาวสวยผิวขาวโพลนจนเกือบจะส่องแสงออกมา
ผมแอบชำเลืองมองหน้า แอบมองนมของแป้งบ่อยครั้งจนไม่ค่อยมีสมาธิ แถมกลิ่นตัวเธอยังหอมน่าดมก่อกวนจนเป้ากางเกงของผมคับแน่น พอได้อยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้ ผมก็ได้รู้เลยว่าเสน่ห์ของแป้งนับว่าไม่แพ้โบกี้กันสักเท่าไหร่
ปกติแล้วผมไม่ค่อยได้มองแป้งมากนัก เพราะผมสนใจโบกี้มากกว่า และสองคนนี้มักจะเดินอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ผมเลยไม่ค่อยได้สนใจมองแป้ง แต่จะว่าไปผมก็เพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก
ตอนที่โบกี้ยังโดนแว่นควบคุมอยู่ ผมได้ถามข้อมูลอะไรจากโบกี้หลายต่อหลายอย่าง และผมจำได้ว่าโบกี้บอกเรื่องแป้งออกมาด้วย โบกี้บอกว่าเธอมีกลุ่มเพื่อนสนิทหลายคน แต่แป้งเป็นเพื่อนที่เธอสนิทที่สุด เพราะโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก บ้านก็อยู่ติดกัน โบกี้กับแป้งสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง
พอนึกถึงตรงนี้สติของผมก็เริ่มแจ่มใส่ ผมรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างขึ้นมา ปกติแล้วร้อยวันพันปีแป้งไม่เคยคิดจะมาคุยอะไรกับผม และการที่เธอมาแสดงท่าทีสนิทสนมแบบนี้มันก็ดูผิดปกติมากเกินไป ผมเลยเริ่มสงสัยว่าโบกี้ได้เล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับผมให้แป้งฟังหรือเปล่า จากนั้นแป้งก็เลยอาจจะลองทดสอบอะไรผมสักอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ผมจะแสดงท่าทีเจ้าชู้กับแป้งมากแค่ไหน
ผมชะงักมองแป้งก้มหน้าวาดวงจรไฟฟ้าในสมุดจด ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมคิดนั้นถูกหรือเปล่า แต่ก็นับว่ามีความเป็นไปได้ ผมไม่เชื่อว่าอยู่ดี ๆ แป้งจะมาพิสวาทอะไรกับผมจนต้องชวนมาสอนหนังสือที่ห้อง ดังนั้นการที่เธอทำแบบนี้ย่อมต้องมีสาเหตุ และสาเหตุที่ว่าน่าจะมาจากโบกี้ไม่มากก็น้อย
"หนุ่มเก่งนะเนี่ย สอนเข้าใจง่าย ... หน้าตาก็ดูดี ... เอางี้ดีหรือเปล่า ถ้าหนุ่มมาสอนเราทุกวัน เราจะเป็นแฟนกับหนุ่มก็ได้ ตอนนี้เราโสดพอดี เอาหรือเปล่าล่ะแบบนี้"
พอผมสอนไปได้สักพัก แป้งก็เงยหน้าขึ้นมองผมแล้วพูดเสนอด้วยรอยยิ้ม ผมมองแป้งแล้วอึ้งไปเพราไม่นึกว่าเธอจะยื่นข้อเสนออะไรที่ตรงไปมาตรงมาขนาดนี้ และถ้าพูดกันจริง ๆ แล้ว แป้งก็เป็นคนสวยน่ารักมากคนหนึ่ง ส่วนโบกี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะเกลียดผมไปแล้วหรือเปล่า ดังนั้นผมเลยเริ่มลังเลว่าผมควรจะตอบยังไง
นอกจากเรื่องนี้แล้ว ผมยังลังเลว่าเธอคิดยื่นข้อเสนอนี้จริง ๆ หรือว่าเธอแค่แสดงละครเพื่อทดสอบผม ถ้าเธอแสดงละครแล้วผมตอบตกลง ก็เป็นไปได้ว่าเธอจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับโบกี้ แล้วโบกี้กับผมก็ถือว่าจบกัน
แต่ในทางกลับกัน ถ้าผมตอบปฏิเสธ แต่แป้งยื่นข้อเสนอจริง ๆ ไม่ได้พูดเล่น ก็จะกลายเป็นว่าผมพลาดโอกาสที่จะได้เป็นแฟนกับแป้ง และโบกี้เองก็ไม่แน่ว่าจะยอมคบกับผม