เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
เราสองคนกอดจูบนัวเนียตรงประตูห้อง ร่างอ้อนแอ้นของโบกี้บิดส่ายไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม เธอส่งเสียงครางมีความสุขออกมาไม่หยุด ร่างของเธอกระตุกสะท้านทุกครั้งที่ผมตะปบมือลงไปขยำยิ่งทวีความหื่นกามขึ้นเรื่อย
"ต่อจากนี้รับรองได้ว่าจะไม่ไปกวนโบกี้อีก แต่ขออะไรสักอย่างได้หรือเปล่า"
"ครับอยากได้อะไร บอกมาเลย"
ผมรีบตอบรับด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ ผมรู้ตัวว่าผมเป็นคนผิดมาตั้งแต่ต้น พอมารู้ว่าแฟนของโบกี้ดูเป็นคนดีแบบนี้ ผมก็ยิ่งอยากชดเชยให้เท่าที่จะทำได้
"... อย่าเพิ่งวางสายนะ ขอฟังเสียงครางเพราะ ๆ ของโบกี้อีกสักรอบได้หรือเปล่า"
แฟนของโบกี้นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเขิน ๆ ผมเลยชะงักหันไปมองหน้าโบกี้ ก่อนนี้ผมเพิ่งรู้สึกว่าแฟนโบกี้เป็นพระเอก เป็นสุดยอดสุภาพบุรุษ แต่พอฟังประโยคหลังสุดทำให้ผมรู้สึกว่าแฟนโบกี้ก็หื่นเหมือนกับผมนี่แหละ ไม่ได้ต่างกันเลยสักนิด
ผมไม่อยากขัดคำขอของแฟนเธอ ผมเลยชวนเธอไปเข้าห้องนอน ผมจัดการขย่มจนโบกี้เสร็จไปอีกหนึ่งรอบ แล้วผมก็ได้ยินเสียงครางเหมือนแฟนโบกี้ชักว่าวจนเสร็จไปด้วย จากนั้นผมก็กล่าวลากับแฟนของเธอแล้ววางสายแบบงง ๆ
ตอนนี้โบกี้นอนสลบเหมือดไปแล้ว ส่วนผมเองก็กำลังนอนพักเหนื่อยอยู่ข้างเธอบนเตียงนอนของเธอ ในห้องพักของเธอ ผมรู้สึกเหนื่อยจนทนไม่ไหว แต่ก็ยังหลับตาไม่ลง
ก่อนนี้ผมเปิดซิงโบกี้อย่างสนุกสนานด้วยความคึกคะนองและหื่นกาม แต่พอผมได้ปลดปล่อยจนน้ำหมดตัว ผมก็เริ่มรู้สึกผิด ผมรู้สึกผิดที่ทำร้ายผู้หญิงดี ๆ อย่างโบกี้ ผมรู้สึกผิดที่ไปแย่งเธอมาจากคนดี ๆ แบบพี่โต๋ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องราวมันก็ผ่านไปแล้ว ผมกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้
ตอนนี้ผมกำลังสงสัยว่าผมควรจะทำยังไงต่อไป ทางเลือกแรกก็คือวัดกันให้รู้ไปเลย ผมจะนอนกอดกับโบกี้จนเช้า รอให้เธอตื่น แล้วอธิบายให้เธอฟัง พร้อมกับแสดงตัวว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง
ทางเลือกที่สองคือเก็บกวาดทำลายหลักฐานให้หมด ผมจะช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายของเธอ รวมไปถึงบนโซฟาและบนเตียง แล้วผมก็จะจากไปเงียบ ๆ ในแบบที่พอเธอตื่นขึ้นมาก็จะงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำแบบไหนล่ะ
หลังจากที่ผมใช้แว่นวิเศษจนได้เปิดซิงโบกี้ดาวคณะสุดสวยไปหลายดอก ผมก็ตัดสินใจวัดกันไปเลยว่าจะออกหน้าไหน แต่แน่ล่ะว่าผมคงต้องเตรียมพร้อมอะไรบางอย่างเอาไว้รับมือเธอก่อน
ผมถามโบกี้อะไรต่ออะไรหลายอย่าง เพราะว่าตอนนี้เธอพูดโกหกไม่ได้ จากนั้นผมถึงค่อยนอนกอดเธอทั้งคืนจนตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนเช้า เพราะได้ยินเสียงเธอโวยวาย โบกี้ใช้ผ้าห่มคลุมร่างที่เปล่าเปลือยของเธอ เธอมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทีตื่นกลัวเสียขวัญ
ผมพยายามปลอบให้เธอสงบ แต่ก็ต้องใช้เวลามากพอสมควรกว่าที่เธอจะยอมเงียบปล่อยให้ผมพูด ตอนนั้นผมรู้สึกแย่จริง ๆ เพราะต้องทนเห็นเธอนั่งร้องไห้กระซิกเหมือนหมดเรี่ยวแรง เธอคงรู้ล่ะว่าตัวเองเสียซิงให้ผมแล้ว เพียงแต่เธอคงจะจดจำอะไรไม่ได้ แค่รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนฝันไปตามสรรพคุณของแว่นที่คุณตาโม้เอาไว้ให้ฟัง
แน่ล่ะว่าผมคงไม่บอกว่าผมมีแว่นวิเศษ และผมคงไม่กล้าเล่าว่าผมใช้มันกับเธอ ผมพยายามสร้างเรื่องขึ้นมาโกหกเธอ โบกี้เหมือนจะจำรายละเอียดได้ถึงแค่ตอนที่ทะเลาะกับแฟนผ่านทางโทรศัพท์ จากนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนเบลอ ๆ ฝันไป แล้วมารู้สึกตัวอีกทีในห้องนอนตัวเอง และเธอก็เสียสาวไปแล้ว
ผมโกหกเธอไปว่าตอนนั้นเธอดูจะโกรธแฟนเธอมาก แล้วเธอก็บอกว่าในเมื่อแฟนเธอนอกใจได้ เธอก็นอกใจได้เหมือนกัน เธอก็เลยชวนผมมาห้องของเธอ แล้วเราก็มีอะไรกันไปหลายรอบ โดยที่เธอเต็มใจเสนอให้ผมเอง แถมเธอยังโทรไปบอกเลิกตัดขาดกับพี่โต๋เรียบร้อยแล้วด้วย
ครั้งแรกสุดโบกี้ต้องไม่เชื่ออยู่แล้ว ก็ใครจะบ้าทำเรื่องแบบนั้น แต่ผมก็ค่อย ๆ แจกแจงบอกเธอไปทีละอย่าง ผมถามเธอว่างั้นผมพาเธอที่นี่ได้ยังไง ผมไม่ได้รู้ว่าห้องเธออยู่ที่ไหน ผมไม่มีกุญแจเข้า ผมยังท้าให้เธอไปขอดูกล้องวงจรปิดของอาคาร จะได้เห็นว่าเธอเดินนำผมเข้ามาเอง
เจอผมโกหกแบบนี้เข้าไปโบกี้ก็นิ่งอึ้ง เธอคงไม่ได้เชื่อผมหรอก แต่เธอคงจะยกเหตุผลอะไรมาสู้ไม่ได้ เธอเลยนั่งเงียบร้องไห้ ผมขยับเข้าไปจะปลอบแต่โดนเธอออกปากไล่บอกว่าอย่ายุ่ง แล้วเธอก็ไล่ให้ผมออกจากห้องเธอได้แล้ว
ผมพยายามใจดีสู้เสือทำตัวเนียน ๆ เดินไปอาบน้ำก่อนเผื่อว่าเธอจะใจเย็นลงสักหน่อย แล้วก็เหมือนจะได้ผล พอผมอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดที่ใส่เมื่อวานออกมาจากห้องน้ำ โบกี้ที่มีคราบน้ำตานองหน้าก็เรียกผมไปคุยด้วย เธอให้ผมเล่าให้เธอฟังอย่างละเอียดว่าเรื่องราวเป็นยังไง ดูเธอเข้มแข็งมากทีเดียว
ผมเล่าเรื่องให้เธอฟังอีกครั้งช้า ๆ ส่วนใหญ่ก็เรื่องจริงน่ะแหละ เพียงแต่ผมละเว้นเรื่องพลังของแว่นออกไป แล้วก็เจตนาไม่พูดถึงเรื่องคลิปที่ผมแอบถ่ายเอาไว้ด้วย ส่วนโบกี้ก็ดูจะคุมสติตัวเองได้ดีทีเดียว เธอค่อย ๆ ฟังที่ผมพูดแล้วคิดตาม ดูเหมือนเธอจะเริ่มจดจำเรื่องราวบางอย่างได้บ้าง ถึงจะไม่ค่อยละเอียดมากเท่าไหร่ เธอเลยเริ่มเหมือนจะเชื่อว่าผมไม่ได้ใช้ยาอะไรกับเธอ
"หนุ่ม เธอทำกับเราไปกี่ครั้ง"
"... เอ่อ ... จำไม่ได้ หลายครั้งมาก"
"... นายปล่อยเข้ามาในตัวเราทุกครั้งเลยเหรอ ... นายมีโรคหรือเปล่า ... ถ้าเราท้องขึ้นมาจะทำยังไง"
"อื้อ ใช่ ก็โบกี้บอกว่าชอบ แล้วก็อยากคบเราเป็นแฟน ยังไงเราก็มีอะไรกันแล้ว เป็นแฟนเรานะโบกี้ ถ้าท้องขึ้นมาเรารับผิดชอบเอง เราสัญญา"
ผมตอแหลต่อไปเรื่อย ๆ และพยายามพูดให้เข้าทางตัวเอง ความจริงก็คือทำตามที่ผมเคยถามเธอไว้ก่อนหน้านี้นั่นแหละ ว่าผมต้องทำยังไงเธอถึงจะรู้สึกดี ถึงขึ้นนี้ผมก็เริ่มกล้าที่จะขอเป็นแฟนกับเธอแล้ว เพียงแต่ผมรู้ว่าเธอคงจะยังสับสนไม่แน่ใจเลยไม่ได้ตอบอะไร ความจริงถ้าเธอตอบตกลงมาผมเองนี่แหละที่จะแปลกใจ
"... เราไม่รู้ เราจำอะไรไม่ได้ ... เรากับหนุ่มแทบไม่รู้จักกันเลย เราคงยังเป็นแฟนกันไม่ได้หรอกนะ แล้วเราก็มีแฟนแล้ว"
"ไม่เป็นอะไร เราเข้าใจ เอาเป็นว่าเราอยากรับผิดชอบทุกอย่างที่เราทำ แล้วเราก็แอบรักโบกี้มานานแล้วด้วย เราอยากเป็นแฟนกับโบกี้นะ โบกี้ลองคิดดูก็แล้วกัน"
ผมพยายามชักจูงเธอต่อ โบกี้ฟังผมพูดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองผมเหมือนจะพยายามอ่านว่าคิดอะไรยังไง จากนั้นเธอก็ก้มหน้าแล้วถอนหายใจออกมา แล้วเธอก็ไม่พูดอะไรอีก
"หนุ่มไปเถอะ เราอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว"
ผมฟังแล้วก็เดินออกไปนอกห้องเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่ผมยังไม่ได้คิดจะออกไปหรอกนะ ผมปิดประตูห้องนอน แล้วเดินไปที่ห้องครัว เมื่อคืนผมถามโบกี้เอาไว้หมดแล้วว่าเธอชอบกินอะไรยังไง และผมก็ย่อมไม่พลาดที่จะถามเธอล่วงหน้าว่าถ้าเธอเจอสถานการณ์แบบนี้แล้วเธอจะอยากให้ผู้ชายทำแบบไหน แหม่ ผมนี่ช่างฉลาดเสียจริง
ผมไปเข้าครัวเริ่มต้มข้าว เจียวไข่ ทำกับข้าวแบบง่าย ๆ สองสามอย่างตามที่โบกี้เคยบอกว่าชอบ ผมทำแบบเงียบ ๆ โดยที่โบกี้ไม่ทันรู้ตัว พอผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงผมถึงค่อยเดินไปเคาะประตูห้องนอนของเธอ
โบกี้เดินมาเปิดประตูห้องนอนด้วยท่าทีงง ๆ เธอใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น ตาเธอแดงก่ำเหมือนเพิ่งร้องไห้มาอย่างหนัก เธอมองผมเหมือนจะสงสัยว่าทำไมผมยังอยู่
"เราว่าโบกี้น่าจะหิวข้าวนะ เลยทำกับข้าวไว้ให้ กินก่อนนะ ข้าวต้ม ไข่เจียว หมูหยอง กำลังร้อนเลย"
ผมพูดพลางชี้ไปทางโต๊ะกินข้าวตรงกลางห้อง โบกี้มองตามไปแล้วทำหน้าแปลกใจ ผมเลยแอบยิ้ม เพราะเมื่อคืนผมถามเธอว่าถ้าเธอตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองเสียความสาวให้ผู้ชาย เธอจะอยากให้ผู้ชายคนนั้นทำแบบไหนจึงจะดี
โบกี้ในตอนนั้นตอบผมว่า เธอคงจะโกรธและเสียใจ แต่อย่างน้อยถ้าผู้ชายคนนั้นอยู่ดูแลเธอ เธอคงจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง และนี่แหละสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ผลหรือเปล่า
"..."
เธอเบือนสายตาจากโต๊ะกินข้าวแล้วหันมามองผมด้วยสายตาแปลก ๆ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเธอรู้สึกยังไง แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ไล่ผมออกจากห้อง แบบนี้ก็คงจะได้ผลอยู่บ้าง
"เดินไหวหรือเปล่า ให้เราประคองนะ เมื่อคืนไม่ได้กินอะไรเลย น่าจะหิว"