ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
พอมันพูดจบก็แบมือยื่นมาตรงหน้าคุณหมิว แต่คุณหมิวส่ายหน้า เพราะโทรศัพท์ของเธอล่วงหล่นกับพื้นตอนที่โดนฉุดตัวมา
จากหน้าบ้านแล้ว แต่มันกลับไม่เชื่อ สั่งสมุนที่ชื่อดาวให้ค้นตามตัวคุณหมิว
เลยเป็นโอกาสให้ไอ้ดาวฉวยโอกาศล่วงเกินลูบคลำตามสะโพกอวบผายของคุณหมิวเพื่อค้นหาโทรศัพท์ คุณหมิวต้องกัด
ฟันอดกลั้นความหวาดกลัวและขยะแขยงกับมือหยาบๆใหญ่ๆ ที่ลูบคล้ำไล้ไปตามโค้งสะโพกช้า ๆ พอไม่เจอสิ่งใด พวกมัน
ก็พากันออกไปจากห้องแล้วล็อคกุญแจที่ด้านนอก ทิ้งให้คุณหมิวยืนเก้กังอยู่ตามลำพัง ยิ่งคิดถึงอนาคตที่ยังไม่รุ้ว่าเหล่าโจร
กลุ่มนี้ต้องการสิ่งใดในตัวเธอ คุณหมิวก็ยิ่งหวาดกลัวจนน้ำตาไหลอาบแก้ม สวดมนต์ภาวนาขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง
ตัวเธอให้ปลอดภัย
ในระหว่างที่ฉัตรชัยเยิ่ยมมารดาอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น เขารู้สึกกระวนกระวายใจทั้งๆที่อาการของมารดาก็ดีวันดีคืน จนใกล้เวลา
ที่หมอจะอนุญาติให้กลับบ้านได้แล้ว แต่จิตใจของฉัตรชัยกลับว้าวุ่น เหมือนมีลางสังหรณ์ว่าคุณหมิวจะเป็นอันตราย จนหวาน
สังเกตุพบอาการของเขาได้ จึงสอบถามว่าฉัตรชัยเป็นกังวลเรื่องอะไร เธอพอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้างมั๊ย
"พี่ก็ไม่ทราบจ๊ะ..มันรุ้สึกเป็นห่วงคุณหมิวน่ะ..." ฉัตรชัยกระซิบบอกให้หวานรู้
"พี่ไม่โทรไปหาล่ะจ๊ะ..."
"พี่โทรหลายครั้งแล้ว..แต่คุณหมิวสายไม่ว่าง..หรืออาจจะปิดสายน่ะครับ..." ฉัตรชัยบอกให้หวานเข้าใจ สีหน้าดูยิ่งเป็นห่วง
กังวลมากขึ้น
"พี่ไปหาน้องหมิวได้นี่คะ..ทางคุณแม่ไม่เป็นอะไรแล้ว หวานดูแลท่านได้.."หวานพูดเรียบๆยิ้มอ่อนๆ ไม่มีน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ
แต่อย่างใด
"งั้นพี่ขอไปดุคุณหมิวที่บ้านสักครุ่นะหวาน..ถ้าคุณแม่ตื่นขึ้นมาบอกกับท่านว่าพี่ออกไปธุระนะครับ.."
ในที่สุดฉัตรชัยก็ทนต่อความรุ้สึกกระวนกระวายใจต่อไปไม่ไหว จึงต้องขับรถไปที่บ้านของคุณหมิวให้รู้เรื่องว่าเธอยังสุช
สบายดีหรือไม่อย่างไร ในระหว่างทางฉัตรชัยก็พยายามติดต่อคุณหมิว แต่ก็เป็นเช่นเดิมคือไม่สามารถติดต่อกันได้ จน
กระทั่งรถของฉัตรชัยขับไปจอดตรงหน้ารั้วประตุอัลลอยด์บานใหญ่
พลันหางตาของฉัตรชัยก็รุ้สึกมีเงาสะท้อนของวัสดุมันวาวสีทองเข้าแยงนัยต์ตา ฉัตรชัยจึงเหลียวหน้าหันไปมองแสง
สะท้อนนั้น พร้อมกับลงจากรถเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงเห็นว่าวัสถุสะท้อนแสงสีทองนั้นคือเคสของโทรศัพท์มือถือที่คุณหมิว
ใช้อยู่ แต่ทว่าทำไมมันถึงกระเด็นมาตกอยู่ใต้พุ่มเข็มริมรั้วบ้าน ฉัตรชัยรีบเปิดประตูเล็กแล้วพุ่งตัววิ่งเข้าไปในตัวบ้านทันที
ด้วยรุ้สึกถึงลางสังหรณ์ว่าคุณหมิวจะเป็นอันตราย
เมื่อฉัตรชัยเข้าไปในบ้านของมรว.จักรภพ ผู้เป็นบิดาของคุณหมิว ปรากฎว่าท่านทั้งสองไม่อยุ่บ้าน มีเพียงคนรับใช้เก่าแก่
กับคนสวนอยู่เฝ้าบ้านกันเพียงสองคนเท่านั้น เมื่อฉัตรชัยสอบถามเรื่องคุณหมิวว่าเมื่อเช้าได้มาที่บ้านบ้างมั๊ย ทั้งสองคน
ต่างปฏิเสธว่าตั้งแต่คุณหมิวไปกับฉัตรชัยวันนั้น ยังไม่เคยกลับบ้านมาสักครั้ง
เพียงคำตอบเท่านั้นฉัตรกชัยก็หน้าซีด ล่วงรุ้เลยว่าเกิดอันตรายขึ้นกับคุณหมิวอย่างแน่นอน จึงรีบโทรศัพท์ไปหามรว.จักรภพ
พร้อมเล่ารายละเอียดให้ฟัง ทั้งบิดาและมารดาของคุณหมิวที่ขณะนั้นกำลังทำธุระอยู่ที่ต่างประเทศ ต่างตกใจ รีบดทรศัพท์
หาผุ้การอภิสิทธิ์ทันที พร้อมเลื่อนกำหนดกลับประเทศไทยเป็นการด่วน ส่วนฉัตรชัยกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อรอการ
ติดต่อจากผู้การอภิสิทธิ์อย่างกระวนกระวายใจ จวบจนย่ำค่ำ ก็ยังไม่มีการติดต่อกลับมา
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เทวัญกับนายพลเดชมาที่เซฟเฮ้าส์ อันเป็นสถานที่กักตัวคุณหมิวไว้ ท่าทางที่ทั้งสองคนเดินเข้ามา
หาคุณหมิวนั้นหาได้มีทีท่าประสงค์ร้ายหรือคุกคามแต่อย่างใด รวมทั้งน้ำเสียงของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเข้มแบบ
ชายไทยกลับดูสุภาพเรียบร้อยดี
"ผมชื่อเทวัญครับคุณหมิว ต้องขอประทานโทษที่จำเป็นต้องจับตัวคุณหมิวมานั้น เพื่อยากสอบถามอะไรคุณหมิวเล็กน้อย ผม
หวังว่าคุณหมิวจะพูดและตอบตามความจริงกับผม..ใช่มั๊ยครับ..." นายเทวัญมันเปิดฉากการเจรจาด้วยถ้อยคำสุภาพ น้ำเสียง
นุ่มทุ้ม ไม่มีคราบของเหล่าร้ายแม้แต่นิด
"ได้ค่ะ..คุณเทวัญอยากทราบเรื่องอะไรก็ถามมาได้ แต่ว่าทำไมต้องจับตัวหมิวมากักขังด้วยคะ....." เมื่อคุณหมิวเห็นทางฝ่าย
นั้นพูดจาดีๆ เธอก็จำใจต้องพูดจาดีๆตอบไป
"ต้องขอประทานโทษเป็นอย่างสูงครับ ผมเพียงสั่งลูกน้องให้เชิญตัวคุณหมิวมา ไม่คิดเลยว่ามันจะไปดักฉุดมาเยี่ยงนี้..บอก
ผมได้เลยนะครับว่าไอ้สี่คนนั้นมันทำร้ายอะไรคุณหมิวบ้างมั๊ย ผมจะได้ลงโทษมันให้..."
นับว่าเป็นเรื่องผิดคาดอย่างยิ่งที่คุณหมิวได้ยิน ได้เห็นการแสดงออกของนายเทวัญ ทั้งๆที่เธอวาดภาพของคนเหล่านี้ไว้อย่าง
น่ากลัว
"ไม่เป็นไรค่ะ..หมิวไม่ได้เป็นอันตราย แค่ตกใจเท่านั้น..." คุณหมิวพูดไปตามความจริง
"เห้ยไอ้เด่นไอ้ดาว..กับมึงสองตัวมานี่..."
นายเทวัญหันไปกระชากเสียงเรียกเหล่าสมุนที่จับตัวคุณหมิวมายืนเข้าแถว จากนั้นก็ใช้หลังมือตบหน้าของพวกมันเรียงตัวกัน
ทั้งสี่จนเลือดกลบปาก..จนคุณหมิวสะดุ้งตกใจ
"ผมได้ทำโทษลูกน้องของผมให้คุณหมิวแล้วนะครับ...คราวนี้ผมอยากขอความร่วมมือจากคุณหมิวบ้าง..จะได้มั๊ยครับ..."
หลังจากที่นายเทวัญลงโทษลูกน้องให้คุณหมิวดูต่อหน้าเสร้จ ก็หันมาถามคุณหมิวด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม แต่คุณหมิว
กลับรู้สึกหวาดหวั่นเกรงกลัวเป้นอย่างยิ่ง ทีท่าดุสุภาพก็จริง แต่ความเหี้ยมโหดนั้นแสดงให้เห็นเด่นชัด จนคุณหมิวต้องรับ
ปากไปเบาๆ
"เรื่องง่ายๆนิดเดียวเองครับคุณหมิว..สิ่งที่เจ้านายของผมอยากทราบคือ..ผู้ชายคนที่ไปเดินในห้างกับคุณหมิวเมื่อเช้านี้คือ
ใคร..ครับ."
นายเทวัญมันพูดช้าๆ เน้นทุกคำพูดเสียงไม่น่ากลัว แต่แววตาที่จ้องมองหน้าคุณหมิวนั้น ถึงกับทำให้คุณหมิวไม่กล้าสบตา
ด้วย เพราะมันเหี้ยมโหด เป็นแววตาของฆาตกรชัดๆ
"เอ่อ....คือ...ว่า...".คุณหมิวเริ่มติดอ่างใจหนึ่งก็ไม่อยากบอกความจริง แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวทีท่าของนายเทวัญจนขวัญหนี
"เราตกลงจะคุยกันดีๆแล้วไม่ใช่หรือครับคุณหมิว..." น้ำเสียงนายเทวัญเริ่มคุกคาม จนคุณหมิวตัวสั่น
"ค่ะ..ๆ คุยกันดีๆ..." คุณหมิวตอบรับเสียงสั่น
"งั้นบอกมาตามตรงครับ..เจ้านายของผมรอฟังคำตอบอยู่..."
นายเทวัญพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนคุณหมิวผงะหงายสายตาเย็นชาของเทวัญที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของคุณ
หมิวนั้นทั้งน่ากลัว ทั้งอัมหิตโหดเหี้ยม จนตัวคุณหมิวสั่นสะท้าน พยายามไม่มองสบตา พร้อมครุ่นคิดว่าถ้าเธอไม่ยอมตอบ
ความจริงออกไป คงโดนพวกมันทำร้ายเอาอย่างแน่นอน คุณหมิวคิดว่าพวกมันคงรู้เรื่องของฉัตรชัยและชัดชายหมดเล้ว
เพียงแค่รอคำยืนยันจากปากของเธอเท่านั้น
"ค่ะ....คนนั้นเป็นคุณฉัตร.."
คุณหมิวจำใจต้องตอบตามความจริง ในโลกความจริงมันไม่ใช่นิยายที่จะทำให้เธอเก่งกล้าหาญ พอจะสู้รบตบมือกับเหล่า
อาชญากรพวกนี้ได้ พอนายเทวัญได้รับคำตอบที่พึงพอใจ มันก็กลับไปนั่งในท่าเดิม ร้องสั่งเหล่าสมุนให้ดูแลคุณหมิวอย่าง
ดี ห้ามทำร้ายหรือล่วงเกิน ไม่เช่นนั้น นายเทวัญจะกลับมาลงโทษ จากนั้นนายเทวัญกับเจ้านายคนที่มันเรียก ซึ่งคุณหมิว
คาดเดาว่าคงเป็นายพลเดช ก็เดินออกไปจากห้องคุมขังคุณหมิว แล้วล็อคกุญแจด้านนอกห้องไว้ตามเดิม
พอคุณหมิวอยุ่ตามลำพังเธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียรด้วยความคลื่นไส้ เนื่องจากความหวาดกลัว สองแก้มนวลอาบไป
ด้วยน้ำตา เธอนั่งร้องไห้อยู่ในห้องน้ำนั้นเนินนานจนแทบหมดแรง จึงค่อยๆเดินโซเซออกมานั่งพักบนเตียง แล้วล้มตัวลง
นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
เวลาผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่ทราบ คุณหมิวสะดุ้งตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงแอะอะด้านนอกห้อง พร้อมกับเสียงไขกุญแจเปิด
เข้ามาในห้อง พร้อมกับร่างสุงของชายคนหนึ่งที่มีถุงผ้าคลุมศรีษะ พร้อมถูกมัดมือไพล่หลังด้วยเทปกาวสีเทาหลายๆรอบ
พวกสมุนของนายเทวัญผลักร่างชายผุ้นั้นกระเด็นล้มลงกับพื้นแทบเท้าของคุณหมิว จากนั้นก็ลากร่างของเขาไปผูกมัดมือ
กับขาเตียงไว้แน่น ก่อนจะดึงถุงผ้าที่คลุมศรีษะออก
"คุณพี่..!"
เมื่อคุณหมิวเห็นใบหน้าปูดบวมด้านข้างของชายผู้นั้นเธอก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ แต่คุณพี่ของเธอเขายังพูดตอบโต้
กับคุณหมิวไม่ได้ เนื่องจากมีผ้าผูกมัดปิดปากไว้ รอจนกระทั่งไอ้ดาวสมุนหุ่นล่ำหนาเป็นมะขามข้อเดียว แก้ผ้าที่ผูกปิดปากไว้
แล้วนำผ้าผืนนั้นมามัดมือไพล่หลังกับคุณหมิวแทน