ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ก่อนที่คุณหมิวจะเดินออกจาห้อง เธอก็ล้วงหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าถือ พร้อมกดหมายเลขไปหาคู่หมั้นของเธอ มี
เสียงสัญญาณเรียกอยู่สักพัก คุ่หมั้นของเธอก็กรอกเสียงมาตามสาย แต่คุณหมิวกลับรีบกดสายทิ้ง ด้วยสาเหตุว่าเธอ
แค่อยากจะเช็คให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ถูกผู้ชายที่อยู่ในห้องขณะนี้หลอกเท่านั้นเอง
หลังจากที่คุณหมิวจากไปแล้ว หวานจึงค่อยๆขยับตัวออกมาจากเบื้องหลังของฉัตรชัย แต่ยังไม่กล้ามองสบตากับเขา
"คู่หมั้นของพี่สวยจังเลยนะจ๊ะ...พูดก็เพราะ เสียงไพเราะมีสเน่ห์..รูปร่างก็ดูสวยสง่างามจังเลย...."
หวานพูดออกมาเรื่อยๆ น้ำเสียงดูเศร้าสร้อย แต่ไม่ได้มีความอิจฉาริษยาเจือปนแม้แต่น้อย ฉัตรชัยก็ไม่ตอบว่ากระไร
เพราะหวานไม่ได้ถาม เพียงแค่พูดออกมาเหมือนรำพึงเสียมากกว่า แต่ในคำพูดนั้นบ่งบอกความรุ้สึกในใจออกมาเกือบ
หมด จนฉัตรชัยนึกสงสาร ต้องเอื้อมมือไปจับมือของหวานบีบกระชับเหมือนให้กำลังใจ สักครู่คุณหมอก็เดินเข้ามาตรวจ
ดูอาการของคุณนายแจ่มจรัสอีกครั้ง
"คุณหมอครับ.....คุณแม่ผมเป็นอย่างไรบ้างครับ...." หลังจากคุณหมอตรวจดูอาการของมารดาฉัตรชัยเสร็จ เขาก็รีบถาม
ด้วยความร้อนรนใจ
"เอ่อ...คือหมอยังบอกผลการผ่าตัดสมองของคุณแจ่มจรัสไม่ได้หรอกครับ ต้องรอให้คนไข้ฟื้นขึ้นมาก่อน แต่ผลการรักษา
บอกได้เพียงว่า ตอนนี้คุณแม่ของคุณพ้นขีดอันตรายแล้ว..."
คุณหมอพูดเรียบๆ ด้วยจำได้ว่าเมื่อคืนผู้ชายคนนี้กว่าจะยอมเซ็นต์ยินยอมให้ผ่าตัดมารดาได้นั้น ทำให้เสียเวลาอันมีค่า
ไปนานโข แต่พอวันนี้กลับมาทำท่ากระตือรือร้นอยากทราบอาการของมารดา คุณหมอเจ้าของไข้จึงรู้สึกไม่ชอบขี้หน้านัก
หลังจากนั้นก็เดินออกไปจากห้องพร้อมพยาบาล ปล่อยให้ฉัตรชัยกับหวานอยู่กันตามลำพังกับร่างที่นอนสงบนิ่งของมารดา
ณ.เวลาเดียวกันนั้น หลังจากที่ชัดชายพาแอนนี่ไปจดทะเบียนสมรสกันที่ว่าการอำเภอเรียบร้อยแล้ว ก็พากันกลับมาที่บ้าน
ของคุณนายแจ่มจรัสผู้เป็นมารดา จากนั้นก็รีบพากันขึ้นไปบนห้องนอนของตนเอง ในจังหวะที่ป้าแจ่มสาวใช้เก่าแก่ของ
บ้านเดินออกมาจากห้องด้านหลัง ทันได้เห็นว่าเจ้านายหนุ่มพาสาวเข้ามาในบ้านแล้วพากันขลุกอยู่ในห้อง พักใหญ่ๆจึง
เดินลงมาพร้อมกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบใหญ่ๆสองสามใบ
"คุณฉัตรจะไปไหนเจ้าคะ....แล้วคุณท่านเป็นอย่างไรบ้างคะ...."
ป้าแจ่มสอบถามพร้อมเพ่งมองหน้าแอนนี่อย่างเสียมารยาท ด้วยลักษณะท่าทางที่ยืนอิงแอบเจ้านายหนุ่มของตนเองนั้น
ดูเหมือนกับเป็นอะไรกัน ทั้งๆที่เจ้านายของตนเองมีคู่หมั้นแสนสวยอยู่แล้วทั้งคน
"ชั้นจะไปไหนมาไหนนี่ต้องรายงานด้วยรึ...." ชัดชายกระชากเสียงถามด้วยความไม่พอใจ โดยเฉพาะสายตาของนางแจ่ม
ที่มองมายังแอนนี่
"เอากระเป๋าพวกนี้ไปใส่ท้ายรถเบ็นซ์ให้ทีสิ..."
ชัดชายโยนกุญแจรถให้นางแจ่มพร้อมกับเดินควงแอนนี่ลงไปรอที่ห้องรับแขก จนนางแจ่มเรียกเด็กคนใช้วัยสาวให้มา
ช่วยกันขนกระเป๋าหนักอึ้งทั้งสามใบลงไปใส่ในรถเบ็นซ์เรียบร้อยแล้วก็นำกุญแจมาคืนให้เจ้านายหนุ่มของตน ชัดชาย
รับกุญแจแล้วผลุนผลันควงแขนแอนนี่ออกมา แต่ป้าแจ่มรีบสอบถามถึงอาการของคุณนายแจ่มจรัสอีกครั้ง
"อีกสองสามวันแม่ก็หายดีกลับบ้านแล้วละ...ชั้นไปละนะ.." ชัดชายตอบไปแบบมั่วซั่ว หารุ้ไม่เลยว่ามารดาของตนเอง
นั้นอาการสาหัสเพียงใด
จากนั้นชัดชายก็จำเป็นต้องขับรถไปพักอยู่กับแอนนี่ที่ชั้นบนของคลับหรู่แห่งนั้น ตามที่เธอต้องการ แม้ใจเขายังไม่อยาก
ไปก็ตามที เพราะถ้ายังอยู่บ้านของมารดาอย่างน้อยชัดชายก็ยังพอจะปลีกตัวไปหาคุณหมิวคู่หมั้นของพี่ชายได้บ้าง แต่
เมื่อตนพลาดไปแล้วแบบนี้ อย่างไรเสียชัดชายก็หวังผลประโยชน์ที่จะได้กลับคืนมาบ้างจากอิทธิพลของพ่อตา พ่อของ
แอนนี่นั่นเอง ส่วนแอนนี่นั้นที่ต้องการให้ฉัตรชัยย้ายไปอยุ่ด้วยเพราะเกรงว่าเขาจะยังติดต่อกับคุณหมิวคู่หมั้นเท่านั้นเอง
หาใช่เพราะความพิศวาทบาดจิตแม้แต่น้อย
"บอสคะ..พรุ่งนี้บอสจะไปทำงานหรือยังคะ..."จุ่ๆแอนนี่ก็ถามขึ้นมาในขณะที่ชัดชายกำลังขับรถอยู่
"ยังจะเรียกผมว่าบอสอยู่อีกหรือครับ..."ชัดชายถามยิ้มๆ
"ค่ะ...ต้องเรียกให้ชิน เพราะอยุ่ต่อหน้าคนอื่น บอสต้องปิดอย่าให้ใครรู้ว่าเราเป็นผัวเมียกันแล้วนะคะ..." คำตอบของแอนนี่
ถึงกับทำให้ชัดชายงุนงงสงสัย
"อ้าว...ทำไมเล่าครับ...ผมนึกว่าแอนนี่อยากประกาศให้พวกเราที่บริษัทรู้สถานนะของแอนนี่เสียอีก...."
"ต้องประกาศสิคะว่า...แอนกับบอสเป็นผัวเมียกัน...แต่ว่ายังไม่ถึงเวลาค่ะ..แล้วแอนจะบอกบอสเองว่าเมื่อไหร่" คำพูดดู
มีลับลมคมในจนชัดชายตามไม่ทัน
ฉัตรชัยพาหวานลงมาหาอาหารทานกันในร้านอาหารที่อยู่ภายในโรงพยาบาล จนกระทั่งใกล้จะกินกันเสร็จแล้ว ก็ได้ยิน
เสียงผู้หญิงสูงอายุทักขึ้นทางด้านหลัง
"สวัสดีค่ะคุณฉัตร..."
"สวัสดีป้าแจ่ม..."
สติของฉัตรชัยกำลังล่องลอยด้วยคิดถึงเรื่องของมารดา พอโดนเสียงทักชื่อ แล้วหันกลับไปมองก็เลยเผลอตัวตอบออกมา
แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าในขณะนี้ตนเองอยู่ในคราบของน้องชายฝาแฝด แต่คงแก้ไขอะไรไม่ทันเสียแล้ว เพราะคนที่มาทักนั้น
คือป้าแจ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้าน อยู่มาตั้งแต่คุณแม่ของฉัตรชัยยังเป็นสาว
ส่วนทางด้านป้าแจ่มมองหน้านายน้อยของตนที่ช่วยกันเลี้ยงมากับมือด้วยความรุ้สึกขัดหูขัดตา พร้อมกับความแปลกใจที่
ไม่เคยเห็นพฤฒิกรรมแบบนี้จากเจ้านายหนุ่มมาก่อน ที่เช้าควงสาวไฮโซอีกคน พอตกบ่ายกลับนั่งกินข้าวกับสาวบ้านๆ
แต่งตัวมอซออีกคน
"นั่งก่อนสิป้าแจ่ม...มาเยี่ยมแม่หรอครับ..."
ฉัตรชัยถามเพราะนอกจากแม่บังเกิดเหล้าแล้ว ชีวิตของตนเองในวัยเด็ก ก็ได้รับการเลี้ยงดูป้อนข้าวป้อนน้ำมาจากหญิง
ชราที่นั่งอยู่เบื้องหน้าคนนี้เหมือนกัน
"คุณคะ...มาถึงนานแล้วหรือคะ..แล้วคุณท่านเป็นยังไงบ้าง..." ป้าแจ่มถามพร้อมจ้องหน้าฉัตรชัยเขม็ง สองคิ้วขมวดมุ่น
เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างขบคิดอยู่
"มาแต่เช้าแล้วครับ คุณแม่ยังไม่ฟื้นเลย.." ฉัตรชัยตอบไปตามความจริง แต่ป้าแจ่มถึงกับเบิกตาโพลงยกมือทาบอก
"โอ๊ยยย...อกอีแจ่มจะแตก...ถ้างั้นเมื่อตอนสายๆที่บ้านก็ไม่ใช่คุณฉัตรน่ะสิคะ...." ป้าแจ่มพูดเสร็จก็แทบจะลมใส่ ด้วย
ความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบหน้ากับฝาแฝดของอีกคนของคุณแจ่มจรัส ที่โดนพ่อพรากไปตั้งแต่เล็กๆ
"ป้าแจ่มเจอนายชัดแล้วหรอครับ..."
ฉัตรชัยไม่รู้ว่าจะปฎิเสธไปได้อย่างไรต่อไป เพราะในโลกใบนี้เหลือผู้ที่ล่วงรู้ความลับว่าแม่ของตนมีลูกชายฝาแฝด นอก
จากแม่แล้วก็คงเหลือป้าแจ่มอีกเพียงคนเดียว เพียงแต่ช่วงที่มีการสลับตัวกัน ป้าแจ่มได้ขอลาไปเยี่ยมลูกหลานของแกที่
ต่างจังหวัดร่วมเดือน จึงไม่รู้เรื่องว่าคุณนายแจ่มจรัสพบลูกชายแฝดอีกคนหนึ่งแล้ว และมีการสลับตัวกันเพื่อเหนี่ยวรั้งให้
ลูกชายแฝดคนเล็กไม่ทิ้งนางไป
"มิน่าล่ะ...เมื่อเช้าป้าก็รุ้สึกแปลกๆว่าทำไมคุณฉัตรของป้าถึงพูดจากับป้าแบบนั้น...แต่คุณคะ..ถ้าจะเกิดเรื่องไม่ดีแล้วละค่ะ"
ป้าแจ่มรีบบอกเจ้านายหนุ่มที่เลี้ยงมากับมืออย่างเป็นห่วง
"เรื่องอะไรหรอครับป้า..." ฉัตรชัยถามอย่างร้อนรน
"ก็เมื่อตอนสายๆ คุณชัดพาผู้หญิงคนหนึ่งไปที่บ้านแล้วก็ขนข้าวของออกไปหมดเลยค่ะ..เอารถเบ็นซ์ไปด้วยนะคะ...พอ
ไปแล้วป้าเลยขึ้นไปตรวจดูในห้องเห็นเสื้อผ้าของคุณฉัตรถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย..."
ป้าแจ่มก็เล่าไปเรื่อยๆ ในขณะที่หวานที่นั่งอยู่ข้างๆฉัตรชัยหน้าเริ่มซีดเผือด ถึงแม้ตนเองจะไม่ได้รักสามีแล้วก็ตาม แต่มัน
ก็ยังมีเยื่อใยต่อกัน เมื่อได้ทราบว่าสามีตนเองพาผู้หญิงเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินของพี่ชายแล้วพากันไปกับผู้หญิงอื่น ก็วิตก
ว่าสามีตนเองคงก่อเรื่องเดือดร้อนขึ้นอีกแล้ว
"เรื่องทรัพย์สินเงินทองของนอกกาย ช่างมันเถอะป้า..เราขึ้นไปเยี่ยมคุณแม่กันก่อน ส่วนเรื่องที่ผมกับน้องสลับตัวกันอย่าง
ไร ไว้จะเล่าให้ป้าฟังทีหลังนะครับ.."
ฉัตรชัยรีบตัดบท เพราะป้าแจ่มกำลังเล่าถึงลักษณะท่าทางของผู้หญิงคนที่น้องชายพากลับมาให้ฟัง ซึ่งฉัตรชัยไม่อยาก
ให้หวานรับรู้เรื่องมากไปกว่านี้ เพราะเพียงแค่นี้ ใบหน้าของหวานก็ซีดขาว จนไม่หลงเหลือร่องลอยของความสวยเลย
สักนิด
"แล้วผู้หญิงคนนี้ใครคะคุณหนู..." ป้าแจ่มลุกขึ้นยืนพร้อมกับกระซิบถามด้วยความสงสัย
"เอ่อ.." ฉัตรชัยอ้ำๆอึ้งๆ ไม่รู้จะตอบอย่างไร
"หนูชื่อหวานค่ะป้า..เป็นเมียของพี่ชัดคนที่ป้าเจอที่บ้านแหละค่ะ"