Your Wishlist

ฝาแฝด​อันตราย (คุณนายแจ่มจรัสตก​บันได)

Author: xxx555

ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน​ โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว

จำนวนตอน :

คุณนายแจ่มจรัสตก​บันได

  • 23/02/2569

แม้คุณนายแจ่มจรัสจะไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าตอนนี้ชัดชายได้ผลักร่างคุณหมิวลงแนบกับหลังคารถสปอร์ต พร้อมกับ

จับท่อนลำอวบใหญ่ของตนเองดุนดันตรงร่องสาวที่อ้าแย้มไร้อาภรณ์ปกป้อง หัวลำกลมแดงเงี่ยงบานขนาดใหญ่ ตรงเข้า

ชำแรกแหวกกลีบสาวบริสุทธิ์ จรดจ่อจมเข้าไปถึงครึ่งเงี่ยง เสียงคุณหมิวที่ดังรอดร้องออกมาว่าเจ็บๆ พี่ชายอย่าทำหมิว ดัง

ให้ได้ยินได้มโนภาพตามที่นางคาดเดาไว้ไม่ผิดเพี้ยน

 

"แม่..นี่ผมนะ...อยากรู้หรอครับว่าตอนนี้ผมกำลังทำอะไรกับคุ่หมั้นของผมอยู่...." เสียงหื่นๆกระด้างๆ ของลูกชายแฝดคนน้อง

ดังลอดมาให้มารดาได้ยิน สลับกลับเสียงร้องห้ามด้วยความหวาดกลัวตกใจของว่าที่ลูกสะใภ้ลูกชายแฝดคนโต

"พี่ชายอย่าค่ะ...โอ๊ยยยหมิวเจ็บ"

 

ชัดชายฉวยโทรศัพท์มาจากมือคุณหมิวที่เกร็งค้างเพราะความเจ็บจนแทบหมดสติ แล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนกรอกเสียงไปหา

มารดา เพื่อให้เธอได้ยินอย่างชัดเจน

 

"ชัด..ลูกอย่าทำแบบนั้น..."

 

นางกรอกเสียงลงไปด้วยความตกใจเผลอเรียกชื่อชัดชายออกมาดังลั่น แต่ขณะนั้นคุณหมิวแม้จะได้ยินเต็มสองหู กลับคิด

ว่ามารดาคู่หมั้นพูดไม่ชัด จากฉัตร เป็นชัด แล้วคุณหมิวก็กรีดร้องโอ๊ยออกมาสุดเสียงเธอเจ็บร่องสาวจนแทบขาดใจ เมื่อ

ชัดชายดุนดันลำอวบอ้วนเข้าไปจนมิดเงี่ยง

 

ด้านคุณนายแจ่มจรัสหลังจากได้ยินทุกถ้อยกระทงความ นางก็รุ้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง เท้าที่ยืนอยู่บนบรรไดบ้าน

ชั้นสองเริ่มเซ ก่อนที่สติจะดับวูบ คุณนายแจ่มจรัสร่วงหล่นลงมาตามขั้นบรรไดจากชั้นบนสุดลงมานอนสลบไร้สติที่พื้น

เสียงดังตุ๊บๆ เหมือนโทรศัพท์หล่นจากที่สูงลงมาทีละขั้นๆ ดังลั่นรอดลำโพงออกมาให้คุณหมิวได้ยินชัด แล้วโทรศัพท์ก็

ถูกตัดสาย แม้คุณนายแจ่มจรัสจะเป็นเพียงว่าที่แม่สามีในอนาคต แต่ด้วยน้ำใจที่เธอมีแต่คุณหมิว ทำให้คุณหมิวรักและ

เคารพเธอไม่ต่างไปจากมารดาที่แท้จริงของตนเอง

 

พอได้ยินเสียงหล่นตุ๊บๆลงมาแบบนี้คุณหมิวก็ใจหาย สติคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว รีบสบัดตัวแล้วเอื้อมมือมาดันร่างคุ่หมั้น

หนุ่มจนเซถลาพร้อมบิดตัวเบี่ยง ร่องสาวหลุดออกมาจากเงี่ยงบานหยักของคู่หมั้น เธอแย่งโทรศัพท์มาจากมือชัดชาย

เปิดประตุรถแล้วพุ่งพรวดเข้าไปนั่งพร้อมกดล็อคประตูทั้งสองฝั่ง พร้อมกดโทรไปหามารดาของเขาทันที ไม่มีเสียงตอบรับ

คุณหมิวกดซ้ำอีกครั้งด้วยความตื่นตกใจ คราวนี้มีเสียงรับสาย เธอรีบกรอกเสียงลงไปถามทันที

 

"คุณป้าคะ...เป็นอะไรรึเปล่าคะ...." แต่เสียงที่ตอบกลับมากลับเป็นเสียงของป้าแจ่มแม่บ้านของมารดาคุ่หมั้นเสียแทน

"คุณหมิวใช่มั๊ยคะ....ช่วยด้วยค่ะ...คุณท่านตกบรรไดลงมา สลบไม่ได้สติเลยค่ะ...โฮๆๆๆๆๆๆ"

 

เสียงตอบพร้อมร้องไห้ด้วยความตกใจของแม่บ้าน ทำให้คุณหมิวตกใจจนหน้าซีด อารมณ์กำหนัดพิสวาทอันตธานหาย

วับไปทันที รีบไขกระจกรถลงมาบอกคุ่หมั้นหนุ่มให้ทราบเรื่อง แต่ทว่าคุณหมิวกลับตกใจซ้ำสอง เมื่อเห็นว่าเขากับทำนิ่ง

เฉยไม่ดูเดือดร้อนตกใจที่มารดาตนเองประสพอุบัติเหตุแม้สักนิด

 

"คุณพี่คะ...รีบกลับเร็วๆ..." คุณหมิวกระชากเสียงด้วยความโกรธในการกระทำของคุ่หมั้น แต่เขากลับทำเหมือนทองไม่รุ้

ร้อน ไม่ยอมกลับมาขึ้นรถ จนเธอโมโห พลิกตัวข้ามไปนั่งฝั่งคนขับ เห็นกุญแจรถยังเสียบคาอยู่ จึงรีบสตาร์ทรถ แล้วถอย

ออกมาจากโมเต็ลแห่งนั้นด้วยตนเอง หันกลับไปมองกระจกส่องหลัง เห้นคุ่หมั้นของเธอค่อยๆเดินออกมาจากม่านหนาทึบ

มองมายังรถสปอร์ตสีแดงใบหน้าเขาขมึงทึงดูโกรธเกรี้ยว แต่เวลานั้นคุณหมิวตัดสินใจรีบขับรถกลับไปบ้านของคู่หมั้นทันที

 

หลังจากที่คุณหมิวขับรถสปร์ตของคุ่หมั้นกลับมาบ้านมารดาของชัดชายแล้ว เธอก็เห็นรถพยาบาลจอดอยู่ทีหน้าตึก เธอรีบ

จอดรถแล้ววิ่งเข้าไปหา เห็นคุณหมอและพยาบาลกำลังมุงอยู่รอบๆร่างของคุณนายแจ่มจรัสที่นอนบิดตะแคงหงายแน่นิ่ง

อยู่กับพื้น ป้าแจ่มแม่บ้านรีบวิ่งเข้ามาหา

 

"คุณหมิวขา....คุณฉัตรไม่ได้มาหรอคะ...โฮๆๆๆๆๆ" ป้าแจ่มถามพร้อมร้องไห้ไปด้วย

 

"คุณป้าเป็นอะไรมากมั๊ยคะ..ป้าแจ่ม"...

 

คุณหมิวถามร้อนรนด้วยใจเป็นห่วง รีบขับรถกลับมาโดยลืมดูสภาพของตนเองว่าเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปขนาดไหน จนกระทั่ง

ป้าแจ่มต้องบุ๊ยใบ้ปากให้เธอก้มมองตนเอง แล้วก็ใจหายวาบ เมือแลเห็นสายบราเธอห้อยออกมานอกแขนเสื้อ ซิปด้านหลัง

ชุดแซกก็ยังรูดไม่สนิทคงค้างอยู่เกือบถึงต้นคอ

 

คุณหมิวรีบเลี่ยงถอยไปเข้าห้องน้ำ แล้วจัดการกับเสื้อผ้าผมเผ้าจนเรียบร้อย กลับออกมาอีกที ก็เห็นร่างคุณนายแจ่มจรัส

นอนอยุ่บนเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มีสายน้ำเกลือโยงระยาง พร้อมสายออกซิเย็นเสียบที่รุจมูก มีเฝือกอ่อนประคองอยู่ที่ต้น

คอและแขนขา บุรุษพยาบาลค่อยๆเข็นรถออกไปช้าๆ ไม่อยากให้คนป่วยได้รับความกระทบกระเทือน

 

คุณหมิวเดินตรงไปหาคุณหมอ สอบถามอาการของคุณนายแจ่มจรัสด้วยความเป็นห่วง แต่หมอยังไม่ให้คำตอบ เพียงบอก

ว่าต้องทำ ซีที สแกน เสียก่อนจึงจะรู้

 

คุณหมิวขับรถตามไปที่โรงพยาบาล พร้อมกับโทรบอกเรื่องราวให้พ่อแม่ของเธอทราบ แต่ปิดบังเรื่องราวของตนเองกับคู่หมั้น

ว่าขณะนั้นกำลังทำอะไรกันอยุ่ จากนั้นพอไปถึงโรงพยาบาลก็ทันเห็นบุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่มารดาของคุ่หมั้นนอนสงบ

อย่างไร้สติเข้าห้องไอซียู เธอนั่งรออยู่หน้าห้องด้วยความเป็นห่วง นึกตำหนิคู่หมั้นหนุ่ม พร้อมย้อนคิดถึงเรื่องราว เธอไม่เข้า

ใจในตัวเขาเลยว่าทำไมจึงเป็นคนเช่นนี้

 

ฉัตรชัยคนรักคนที่เธอหมายมอบชีวิตให้กลับเปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือเพียงชั่วเวลาที่เขาบอกกับเธอว่าจะไป

ต่างประเทศ ผุ้ชายคนที่เธอรักเธอรุ้จักนั้นสุภาพอ่อนโยน รักมารดาของเขาจนแสดงออกมาอย่างชัดเจน แต่ผุ้ชายคนที่เธอ

เกือบเสียความสาวให้นั้น กลับกักขระ ดิบเถื่อนเย็นชา แม้ขนาดมารดาประสพอุบัติเหตุขนาดนี้ กลับไม่ใยดีรีบตามมาหา

 

 

ตลอดเวลาจากช่วงบ่ายๆมาจนจรดเย็น ฉัตรชัยรู้สึกหงุดหงิดกังวลใจห่วงพะวงถึงเหตุการณ์ที่ตนเองไม่มีโอกาศล่วงรู้ว่า

เกิดอะไรขึ้นบ้างกับคุ่หมั้นของตน อีกทั้งมารดาก็ยังไม่โทรศัพท์กลับมา จึงใช้เวลาที่ให้ผ่านไปด้วยการติดตั้งทีวีที่ซื้อมา

พร้อมกับจ้างบริษัทที่ติดจานดาวเทียมสีดำที่ซื้อขาดให้มาติดตั้ง จนเย็นจึงเปิดทีวีดูได้

 

หวานตื่นเต้นมากที่เธอได้รับของขวัญชิ้นนี้จากสามีกำมะลอ จึงนั่งติดหน้าจอเปลี่ยนทีวีช่องนั้นช่องนี้ดูอย่างเพลิดเพลิน

จนฉัตรชัยสามารถปลีกตัวไปโทรหามารดา สัญญาณเรียกติด แต่รอจนสายถูกตัดมารดาก็ไม่ยอมรับสาย ฉัตรรุ้สึกเขม่นที่

ตาขวา ใจคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นร้ายแรงกับคุ่หมั้นของตนบ้างมั๊ย จวบจนค่ำมือตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้วจนบรรยากาศ

เริ่มสลัว ก็ได้ยินเสียงหวานร้องเรียกหา

 

"พี่จ๋า...ทานข้าวกันเถอะ...วันนี้หวานทำน้ำพริกมะขามด้วยน๊า...รสแซบถูกปากพี่แน่ๆ..."

 

หวานทั้งส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นฉัตรชัยยังไม่ขยับก็ลุกขึ้นมาตาม ทั้งฉุดทั้งดึงจนชายหนุ่มต้องลุกตามแรงดึงของน้องสะใภ้

เดินไปนั่งกับพื้นกระดานเบื้องหน้ามีสำรับกับข้าวอยู่สองสามอย่าง ทั้งแกงจืดฟัก ผัดผักรวมที่ตัดมาจากสวนครัว แล้วก็

น้ำพริกมะขามรสจัด มีจานกระเบื้องใส่ข้าวสวยร้อนๆส่งควันหอมกรุ่น แต่กลับไม่มีช้อนสักคัน

 

"อ่ะพี่...น้ำล้างมือจ๊ะ.."

 

หวานส่งขันทองเหลืองใบใหญ่ ข้างในบรรจุน้ำใสสะอาดเกือบค่อนวางลงข้างตัว แล้วเธอก็จุ่มมือลงไปล้างก่อน จากนั้นก็

ใช้มือเปิบข้าวน้ำพริกมะขามอย่างเอร็ดอร่อย แต่ฉัตรชัยกลับเก้ๆกังๆ เอามือจุ่มน้ำล้างตาม แต่พอจับข้าวจะเปิบเข้าปาก

ตามที่หวานทำเป็นตัวอย่างให้เห็น ข้าวสวยร้อนๆก็ล่วงหล่นออกจากปากจนหมด หวานแอบชำเลืองมองตามแล้วซ่อนยิ้ม

อย่างเต็มที่ ค่อนแคะในใจว่าเชอะ...ทำมาปลอมตัว โดนจับเปิบข้าวด้วยมือก็ไปไม่รอดซะแล้ว แต่เธอกลับแก้สถานการณ์

ให้สามีกำมะลอว่า

 

"อ้าว...ข้าวมันร้อนไปหรอจ๊ะพี่...งั้นหวานหยิบช้อนมาให้นะจ๊ะ.."

 

พูดจบก็ลุกขึ้นไปหยิบช้อนสแตนเลสมาส่งให้สามี ฉัตรชัยนึกขอบใจน้องสะใภ้ในใจ แต่กลับไม่เฉลียวใจแม้สักนิดว่าบัดนี้

น้องสะใภ้ล่วงรู้ความลับของตัวเขาหมดแล้ว

 

หลังจากได้ช้อนสแตนเลสมาฉัตรชัยก้ตักน้ำพริกมะขามใส่ปาก แล้วแทบจะสำลักพรวดออกมาด้วยความเปรียวความเผ็ด

แต่กลั้นใจกลืนเข้าไปได้เสียก่อน ความเผ็ดร้อนของรสชาดน้ำพริกมะขามทำให้ฉัตรชัยถึงกับเหงื่อตก ไหลพรวดๆมาตาม

ข้างแก้ม รวมทั้งน้ำมูกน้ำตา จนไอแคกๆ หวานต้องรีบส่งน้ำดื่มมาให้ แล้วลอบมองด้วยความสงสารที่เธอไม่น่าจะทำน้ำ

พริกรสจัดขนาดนี้เลย สามีตัวจริงของเธอน่ะชอบรสเผ็ดจัดแบบนี้ แต่คู่แฝดของเขาน่าจะไม่เคยกินอาหารรสจัดได้ ทำ

ให้ไอแคกๆจนน้ำมูกน้ำตาไหล หวานขยับเข้าไปลุบหน้าลูบหลังฉัตรชัยด้วยความรู้สึกผิด

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป