ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ฝาแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งสองคน ไม่เคยรู้ว่าต่างก็มีพี่น้องฝาแฝดกันมาก่อน โชคชะตาชีวิตทำให้แฝดทั้งสองมาพบกัน เมื่อทั้งสองตัดสินใจที่จะแลก เปลี่ยนวิถีชีวิตกันโดยการสลับตัว
ท่ามกลางอากาศร้อนลุ่ม ทั้งที่เวลาขณะนั้นเกือบ4โมงเย็นแล้ว รถยุโรปราคาไม่ต่ำกว่าสามล้านบาท วิ่งฝ่าเปลวแดดอ่อนๆ
อยู่บนถนนสายเอเซียบ่ายโฉมหน้าไปทางจังหวัดนครสวรรค์ แต่พอรถคันนั้นวิ่งถึงหลักกิโลเมตรที่200กว่าๆนับจากกรุงเทพ
ก็ชะลอรถ แล้วเปิดไฟเลี้ยวซ้ายเมื่อเห็นปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งอยู่เบื้องหน้า คนขับรถคือนายฉัตรชัย นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ไฟแรง
ส่วนหญิงสาววัยชราอายุประมาณ60ปี นั่งอยู่อีกด้านข้างๆที่นั่งชายหนุ่ม
"แม่ครับ...เดี๋ยวพอผมเติมน้ำมันรถ แม่ก็ไปเข้าห้องน้ำได้เลยนะครับ.." เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มหันไปบอกให้หญิงชราผู้
เป็นแม่รับทราบ ในขณะที่รถหรูราคาแพงคันนั้นค่อยๆแล่นไปจอดเทียบหัวจ่ายน้ำมัน
"แก๊สโซฮอล95...เต็มถังครับ..."
ฉัตรชัยกดปุ่มลดกระจกลงมาจนสุด ก็บอกให้พนักงานเติมน้ำมันสาวของสถานนีบริการน้ำมันแห่งนั้นที่เดินมาประชิดติด
ประตูด้านคนขับทราบ จากนั้นก็หันหน้าไปมองผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่ด้านข้าง แต่ในหางตากลับเห็นพนักงานสาวของสถานี
บริการไม่ได้ขยับตัวไปที่หัวจ่ายน้ำมันตามที่ฉัตรชัยบอกออกไป เธอยังคงจ้องมองหน้าของฉัตรชัย พร้อมยิ้มให้เหมือนดั่ง
คนเคยรู้จักกันมาก่อน
"โอ้โห..เฮียชัด...ไปรวยอะไรมาคะนี่...ขับรถคันโตเชียว..."
ฉัตรชัยหันหน้าไปมองพนักงานสาวผู้นั้นพร้อมเลิกคิ้วหนาเข้มเหมือนงุนงงสงสัยว่าเธอผู้นั้นคงจะจำคนผิด แต่ยังไม่ทัน
ได้บอกออกไป พนักงานสาวก็เดินอ้อมหลังรถไปที่หัวจ่ายน้ำมัน แล้วจัดการเติมน้ำมันให้ตามความต้องการของเขา
เสียก่อน
รอจนน้ำมันเต็มถังตามที่ฉัตรชัยต้องการ เธอก็เดินกลับมา ฉัตรชัยชะโงกหน้าข้ามฝั่งไปดูจำนวนตัวเลขที่จะจ่าย พร้อม
เปิดประเป๋าหยิบบัตรเครดิตออกมา แต่ก็เปลี่ยนใจส่งธนบัตรจำนวนสองพันบาทให้กับเธอแทน
"ถูกหวยรวยเบอร์มาหรอเฮีย..ชัด..."
อีกครั้งที่พนักงานสาวพูดสร้างความงุนงงให้กับชายหนุ่ม แต่พอรับเงินจากมือเขาไปแล้ว ก็วิ่งกลับไปที่แคชเชียร์ ไม่รอ
คำตอบของฉัตรชัยที่จะบอกกับเธอว่า จำคนผิดแล้ว แต่คำพูดของพนักงานผู้นั้น กลับทำให้ใบหน้าของหญิงชราผู้เป็น
แม่ของฉัตรชัยหน้าถอดสี หญิงชราขยับตัวอย่างอึดอัด ถ้าเขาเพียงหันกลับมาคงต้องเห็นความผิดปรกติบนใบหน้าของ
ผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน
"ขอบคุณค่ะ...เฮียชัด...เชิญร้านเซเว่นก่อนนะคะ...มีคูปองลดสินค้ามากมายเลยค่ะ..."
พนักงานสาวผู้นั้นพูดจบยกมือไหว้ พน้อมส่งเงินทอนกับบัตรคูปองลดสินค้าในร้านเซเว่นของสถานีบริการแห่งนั้นให้ชาย
หนุ่ม...แล้วเดินเลี่ยงออกไปซุบซิบกับเพื่อนพนักงานอีกคน จนฉัตรชัยค่อยๆเคลื่อนรถออกไปที่จอดใกล้ๆห้องน้ำให้กับผู้
เป็นแม่
"สงสัยหน้าผมคงโหลนะแม่...เด็กนั่นถึงทักคนผิด ฮาๆๆๆ"
ชายหนุ่มหันไปพูดกับผู้เป็นมารดา แล้วหัวเราะขำๆ ไม่ได้ติดใจหรือซีเรียสที่มีคนทักผิด แต่คำพูดแสนธรรมดานั้นกลับทำ
ให้ผู้เป็นมารดาสะดุ้ง อึกอักก่อนจะพูดอ้อมแอ้มออกมาว่า
"คงงั้นแหละลูก..."
จากนั้นเธอก็ค่อยๆเปิดประตูรถคันหรูราคาแพงเดินลงไปเข้าห้องน้ำ แต่ใครจะรุ้ว่าในหัวของคุณแจ่มจรัส กลับคิดไปถึงบุตร
ชายอีกคนที่ถูกแยกไปอยู่กับอดีตสามีของเธอ ชัดชาย...คือชื่อของฝาแฝดผู้น้อง เธอมั่นใจว่าพนักงานสาวคนนั้น คงต้องรู้
จักกับลูกแฝดอีกคนของเธอแน่ๆ
หลังจากผุ้เป็นแม่ลงจากรถเดินไปห้องน้ำ ฉัตรชัยก็ลงเดินไปที่ร้านเซเว่น เพื่อจะหาซื้อของบางอย่าง พอเดินไปถึงหน้า
ประตูร้านเซเว่นเท่านั้น ก็ได้ยินเสียงทักจากแม่ค้าขายล็อตตอรี่ ที่นั่งอยุ่ใกล้ๆประตูร้านอีกครั้ง
"แหม...วันนี้คุณชัดแต่งตัวซะหล่อจนป้าเกือบจำไม่ได้แน่ะ...งวดนี้ยังไม่ได้อุดหนุนหวยป้าเลยนี่คะ..."
แม่ค้าขายหวยไม่พูดเปล่ากลับยึดข้อมือฉัตรชัยไว้ เหมือนคนรู้จักสนิทกันพอสมควร พร้อมกางกระบะไม้ที่บรรจุฉลากกินแบ่ง
รัฐบาลให้ชายหนุ่มดู
"ผมไม่ชอบเล่นหวยครับป้า..."
เป็นอีกครั้งที่มีคนทักผิดจนชายหนุ่มงุนงง แต่คำพูดสุภาพทุ้มนุ่มของเขาก็ทำให้แม่ค้าขายหวยเงยหน้าขึ้นมามองจ้องเขม็ง
ใบหน้าหญิงชราวัยใกล้เคียงกับแม่ของฉัตรชัยขมวดคิ้วเข้าหากัน มองหน้าเขาเขม็ง แล้วพูดหัวเราะๆออกมา
"แน่ะ...วันนี้มามุกนี้กับป้าเชียวหรือคะ...ฮาๆๆ..สงสัยยังไม่มีเลขเด็ดละสิ...ไม่เป็นไรค่า..มีแล้วค่อยมาอุดหนุนป้านะ.." หญิง
ชราคนขายหวยพูดจบก็ปล่อยข้อมือฉัตรชัย แล้วปิดกระบะไม้ขายหวยของเธอ
"ป้า...ผมไม่ได้เล่นมุกนะครับ..ผมไม่ได้ชื่อชัด...ผมไม่เล่นหวย แล้วผมก็ไม่รุ้จักป้ามาก่อนจริงๆ..." ทันทีที่พูดจบ หญิงชราก็
เงยหน้าขึ้นจ้องหน้าเขาอีกครั้ง พร้อมหัวเราะลงคอดังเอิ๊กๆ
"ไม่ซื้อก็ไม่ซื้อสิคะ...ยังจะมาหลอกป้าอีก พ่อชัดก็..คนกันเองทั้งนั้น..."
หญิงชราคนขายหวยยังคงมั่นใจว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอนี้ คือนายชัด หรือชัดชาย หนุ่มใหญ่ซึ่งเป็นลูกชายของ
อดีตกำนันสินแน่นอน แล้วคิดว่าคงจะเล่นมุกตลกกับเธอเท่านั้น ส่วนฉัตรชัยก็คร้านที่จะอธิบายหรือซักถาม ในเมื่อเธอมั่น
ใจว่าเขาคือนายชัด บุรุษอีกคนหนึ่งก็ปล่อยให้เข้าใจไปเช่นนั้นตามเดิม
ชายหนุ่มเปลี่ยนใจที่จะเข้าไปในร้านเซเว่นกระทันหัน คงเพราะกลัวจะโดนทักผิดอีกอีกครั้งจากพนักงานประจำร้าน หัน
กลับมาที่รถคันหรู ที่ผุ้เป็นแม่ยืนรออยู่ จากนั้นพอขึ้นรถได้กันทั้งสองแม่ลูก เขาก็สตาร์ทรถเคลื่อนออกไปจากสถานีบริการ
แห่งนั้น ทิ้งปริศนาคาใจเอาไว้เบื้องหลัง
"แม่ครับ..แม่เคยบอกว่าพ่อตายตอนที่ผมยังเล็กๆใช่มั๊ยครับ" ชายหนุ่มพูดขึ้นเมื่อรถเคลื่อนออกจากสถานีบริการแห่งนั้นไป
ได้สักครู่ คุณแจ่มจรัสถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินคำถามจากบุตรชาย นิ่งเงียบไปครู่ถึงได้ตอบออกมาเบาๆว่าใช่..
"หรือว่าก่อนพ่อเสียจะมาทิ้งไข่ไว้แถวนี้น่ะแม่.." พูดจบก็หัวเราะเบาๆ เหมือนมันเป็นเรื่องตลก
"อย่าไปใส่ใจเลยลูก.. ประเทศไทยมีคนเจ็ดสิบแปดสิบล้านคน คงต้องมีคนหน้าเหมือนๆกันบ้างละ..." คุณแจ่มจรัสไม่ตอบ
คำถามกลับพูดไปอีกด้าน แต่ดุเหมือนคำพูดของผู้เป็นแม่ทำให้ฉัตรชัย ไม่ติดใจสงสัยเรื่องนี้ เปลี่ยนหัวข้อการสนทนากับ
มารดาไปยังเรื่องอื่นๆแทน
จนรถหรูราคาแพงใกล้ถึงอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก อันเป็นจุดหมายปลายทางที่ชายหนุ่มต้องการมา เพื่อหาซื้อเฟอร์นิเจอร์
ไม้สักหลายชิ้น เอาไปแต่งตกเรือนหอของตนเองในอนาคตที่ถูกกำหนดไว้อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
อีกด้านหนึ่งของประเทศไทย ที่จังหวัดชัยนาท อันเป็นจังหวัดเล็กๆในภาคกลางของประเทศ ณ.ตำบลเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่คน
ในพื้นที่ล้วนเป็นเกษตรกร มีอาชีพทำนาปลูกข้าว ปลูกพืชสวนครัวขุดบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงเป็ดไก่ ทำตามพระราชดำริ
ของในหลวงในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เสียงดังแต๊กๆๆของเครื่องสูบน้ำ ที่กำลังสุบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงปลาที่แห้งเหือดลด
จำนวนน้ำลงจนมีทีท่าว่าจะเป็นอันตรายกับฝูงปลากินพืชที่ตนเองเลี้ยงไว้
"พ่อ...นู๋ว่าพอเหอะ...ฝนจะตกแล้ว เดี๋ยวน้ำก็เต็มบ่อเองแหละ..." เสียงแหลมเล็กของสาวน้อยวัยแรกผลิ ในชุดผ้าซิ่นสี
น้ำเงิน กับเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีนวลๆ พูดกับผุ้เป็นพ่อที่กำลังนั่งมวนใบยาสูบอยู่ที่เพิ่งพักเล็กๆ มุงด้วยหญ้าแฝก มีฝาทำด้วย
แฝกเช่นกันอยุ่เพียงสามด้าน
เสียงเครื่องสูบน้ำดังแต๊กๆๆๆ ยังดังสอดแทรกอยู่ท่ามกลางอากาศที่เริ่มสลัวมืดลงเพราะเมฆฝนก้อนใหญ่ อันเป็นฝนแรก
ของฤดูทำนาปี ชายหนุ่มวัยกลางคนเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วพุดกับสาววัยกำดัดแรกผลิที่นั่งอยู่ไม่ห่างนักว่า
"จะเอาอะไรกับฟ้าฝนล่ะยัยแก้ว เดี๋ยวถ้ามันตกมาไม่พอ พ่อก็ต้องมาสูบน้ำเข้าบ่ออีกแหละ..."
พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีแสงสว่างแปร๊บของฟ้าแลบพร้อมเสียงคำรามครืนๆของฟ้าร้องจากนั้นสายฝนก็เริ่มตกลงมาเป็น
ปรอยละอองเบาๆพร้อมลมแรงที่พัดจนหลังคาหญ้าแฝกกระพือไหว
"พ่อ....แก้วอยากเล่นน้ำฝนอ่ะ..."สาวน้อยขยับตัวมาจับแขนผู้เป็นบิดาเขย่าๆพร้อมทำหน้าออดอ้อนขออนุญาติจากผู้
เป็นพ่อ
"อย่าเลย..เดี๋ยวไม่สบายแม่เอ็งก็จะมาบ่นพ่อ...." ผู้เป็นพ่อตอบเนือยๆ
"แม่ก็บ่นได้ทุกเรื่องแหละพ่อ...นะๆ เล่นน้ำกะนุ๋นะ..."
แก้วสาวน้อยยังออดอ้อนผู้เป็นพ่อ เพราะรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อรักและตามใจเธอแค่ไหน อย่าว่าแต่แค่เล่นน้ำฝนนี้เลย ขนาดเธอ
อ้อนผู้เป็นพ่อว่าไม่อยากเรียนต่อหลังจากจบมัธยมต้น ด้วยเธอไม่ค่อยชอบการเรียนหนังสือ ผู้เป็นพ่อยังตามใจ สำมะหา
อะไรกับการอ้อนขอเล่นน้ำฝนในครั้งนี้