เพียงแค่เงินสามสี่ร้อยบาท ทำให้เธอต้องถึงแก่ความตาย แต่ทำไม๊ ทำไม ต้องมาอยู่ในร่างของเด็กไม่มีหัวคิดแบบนี้ “มีอย่างที่ไหนหนีหมีขึ้นต้นไม้ ใครสั่งใครสอนกัน”
เพียงแค่เงินสามสี่ร้อยบาท ทำให้เธอต้องถึงแก่ความตาย แต่ทำไม๊ ทำไม ต้องมาอยู่ในร่างของเด็กไม่มีหัวคิดแบบนี้ “มีอย่างที่ไหนหนีหมีขึ้นต้นไม้ ใครสั่งใครสอนกัน”
ในห้วงฝันของหยางหลงตอนนี้ กลับเต็มไปด้วยภาพของอวี้จื่อลู่นอนแน่นิ่ง อยู่ภายในแท่นหยกพันปี ภาพต่าง ๆ ที่เขาและนางใช้ร่วมกันมาตลอดก่อนหน้า ไหลเข้ามาเป็นฉาก ๆ ราวกับย้ำเตือนว่าอย่าได้ลืมนาง และทุกสิ่งอย่างมันคือเรื่องจริงที่ได้เกิดขึ้นแล้ว มิใช่เพียงแค่ความฝันเท่านั้น
ยิ่งภาพเหล่านั้นก็เหมือนยิ่งตอกย้ำความร้าวรานในอก ภาพที่นางกระอักเลือดออกมาในยามไร้สติ มันบาดใจเขาจนแทบทนไม่ได้ ทำไมกันนะ ทุกสิ่งอย่างมันถึงกลายเป็นเช่นนี้ ยามที่เขารอดพ้นภัยร้ายที่อยู่กับตนมาสิบกว่าปีจางหายไป แต่กลับต้องแลกกับลมหายใจของคนรัก หากรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ขออยู่กับพิษที่มันคอยกัดกินเขายังจะดีกว่าเสียอีก แม้จะทรมานแต่ก็ยังมีนางอยู่ข้างกาย
แต่สิ่งหนึ่งที่หยางหลงไม่รู้คือ... ผู้ที่โดนพิษเหมันต์หวนคืนมาเนิ่นนานเช่นเขา ใกล้จะถึงเวลาสิ้นลม แม้ว่าดวงชะตายังมิถึงฆาต ก็มิอาจคาดเดาได้ ในคราวเคราะห์ก็นับว่ายังมีโชคดีอยู่ เมื่ออวี้จื่อลู่ทะลุมิติมา นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมตัวเขาถึงยังมีชีวิตอยู่ เพราะนางเป็นดาวนำโชคและคู่แท้ของเขาอย่างไรล่ะ
ย่ำรุ่งของเช้าวันต่อมา
สายลมอ่อนพัดโชย แสงแดดอ่อนสาดส่องเข้ามาตามบานหน้าต่าง ร่างสูงนอนหลับตาพริ้มเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา ทว่าคิ้วเข้มคู่นั้นขมวดเข้าหากันเป็นปม เปลือกตาหนาขยับไปมาก่อนลืมขึ้นมองภาพด้านอย่างพร่ามัว ความแสบร้อนจากดวงตาทำให้เขาต้องหลับตาลง แล้วลืมขึ้นมองใหม่อีกครั้ง
แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า หยางหลงรีบลุกขึ้นสะบัดชายผ้าห่มทิ้ง หันหน้ากวาดตามองไปทั่วห้อง กลับพบภาพที่ไม่อยากเจอและไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยสักนิด ชายหนุ่มล้มลุกคลุกคลานพาตนเองไปยังแท่นหยกพันปี โดยมิต้องให้ใครบอกก็รับรู้ได้ว่าดวงใจเขาอยู่ด้านใน
ยิ่งได้เห็นภาพใบหน้าซีดเซียวไร้เลือดฝาดของนาง เขาสะอื้นไห้จนตัวโยน ไหล่หนาสั่นไหวไม่เป็นจังหวะ หยาดน้ำตาไหลนองอาบแก้มสากเป็นทางยาว จมูกแดงก่ำไม่ต่างจากนัยน์ตาดุดันคู่นั้น ทว่าหยาดน้ำใสก็ยังไม่หยุดไหลรินรดอาบแก้ม ทุกคราวที่สะอื้นเหมือนคมมีดกรีดลงกลางใจ
จนร่างสูงต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกแกร่งไว้ เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดลงได้สักนิดก็ยังดี เสียงร่ำไห้แทบขาดใจยังดังออกมาด้านนอกอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับว่าคนด้านในได้แตกสลายไปแล้ว
‘ทำไม! ทำไมต้องเป็นเขา สวรรค์ช่างยุติธรรมเอาเสียเลย ข้าทำผิดอะไรอย่างนั้นหรือ ถึงได้ลงทันข้าให้ทรมานเหมือนตายทั้งเป็น เพียงแค่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ตัวเขายังทุกข์ทรมานไม่พออีกหรือ? อย่าได้โหดร้ายพรากนางไปจากเขาเลย’
หยางหลงยังคงนั่งโอบกอดร่างบาง พร่ำเอ่ยอยู่ซ้ำ ๆ แต่น้ำตายังคงไหลรินไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหล สองมือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ไม่สนแม้กระทั่งว่าตอนนี้ฝ่ามือหนามีโลหิตสีแดงฉานไหลซึมออกมา บรรยากาศขมุกขมัวอึมครึม มีแต่ความหดหู่ ความเสียใจ หยางหลงยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน ราวกับว่าจิตใจด้านชา เลื่อนลอยไม่ยอมรับรู้สิ่งใด ๆ นัยน์ตายังคงจดจ้องไปที่ดวงหน้าของคนรัก ด้วยความเศร้าหมอง ละทิ้งทุกสิ่งอย่างทิ้งไป ไม่มีกระจิตกระใจจะทำสิ่งใดทั้งสิ้น
สีหน้าซีดขาวราวเทียนไขของนางบีบเค้นหัวใจเขาให้เจ็บปวด อยากจะให้ตัวเองสามารถแบกรับความเจ็บปวดแทนนางเหลือเกิน เป็นเขาได้หรือไม่! ที่กลายเป็นคนนอนไม่ได้สติตรงนั้น ภาพรอยยิ้มเสียงหัวเราะยังคงตราตรึงสลักฝังลึกอยู่ในใจ
ได้แต่อ้อนวอนภาวนาให้นางฟื้นขึ้นมา ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม เขายอมหมดทุกอย่าง หรือจะต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็พร้อมยกให้โดยไม่ลังเล และไม่ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหนเขาก็เต็มใจรอนาง วันแล้ววันเล่าหยางหลง ก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับตัวไปที่ใด แม้แต่จะกินอาหารก็ยังไม่ยอมกิน และไม่ยอมให้ใครเข้ามาเป็นอันขาด จากบุรุษที่เคยหล่อเหลาสง่าผ่าเผย กลายเป็นซูบผอมทรุดโทรมจนดูไม่ได้
จนคนสนิทของเขาทนไม่ไหว ได้ส่งจดหมายลับเร่งด่วนไปยังครอบครัวของว่าที่นายหญิง หากปล่อยไว้อย่างนี้นานวันเข้า เกรงว่าเจ้านายตนเองจะสิ้นชีพก่อนที่ ที่ว่านายหญิงจะฟื้นขึ้นมา หากนายท่านจะลงโทษเขาหลังจากนี้ เขาก็พร้อมน้อมรับโทษด้วยความยินดี
และดูเหมือนว่าสวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเขามากนัก หลังจากจดหมายไปถึงยังตระกูลกู้ ก็เกิดความชุลมุนวุ่นวาย จวนทั้งจวนแทบจะปลิวหายไปตามแรงโทสะของคุณตระกูลกู้ โดยเฉพาะกู้หลงซาน ที่ตอนนี้แทบจะควบคุมโทสะเอาไว้ไม่ได้
จนลู่เยวี่ยนกลับมาจากดูกิจการข้างนอก กลับมาถึงพบว่าบรรยากาศที่บ้านดูแปลกไป คนทั้งจวนดูแตกตื่น ตื่นตระหนก ทั้งยังคุกรุ่น เหมือนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ รอวันปะทุออกมา แต่เกรงว่าคงจะมีอะไรมากกว่านี้แน่นอน โดยเฉพาะสามีของนางที่ปล่อยแรงกดดันออกมา ทั้งยังรังสีฆ่าฟัน คล้ายต้องการจะสังหารผู้ใดให้ดับสิ้นไปเสียตอนนี้
“ท่านพี่ เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ” เมื่อเห็นหน้าผู้เป็นสามี นางกลับยิ่งตกใจมากกว่าเดิม เพราะใบหน้าสามี มีหยาดน้ำใสไหลออกมาอาบแก้มไม่หยุด นัยน์ตาแดงก่ำมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยอยู่ในตาคู่สวย ยิ่งเห็นสีหน้าวิตกกังวล ทั้งยังเหมือนคนหัวใจแตกสลายพังทลาย ทำเอานางรู้สึกไม่ดี
“นะ…น้องหญิง” กู้หลงซานโผเข้ากอดภรรยา เนื้อตัวสั่นเทาทั้งยังสะอื้นให้จนตัวโยน มือไม้สั่นไปหมด
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมท่านถึงได้มีสภาพเช่นนี้” หญิงสาวยังคงมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
“ลู่เอ๋อร์! บุตรสาวเราแย่แล้วน้องหญิง” กู้หลงซานเอ่ยบอกภรรยาน้ำตานองหน้า
“กะ… เกิดอะไรขึ้น ไหนบอกว่านางไปทำภารกิจไม่ใช่หรือ แล้วนางเป็นอะไร”
กู้หลงซานยื่นจดหมายลับ ให้ภรรยาอ่านด้วยมือสั่นเทา “น้องหญิงดูนี่”
ลู่เยวี่ยนรับมาเปิดอ่านทันที เพียงครู่เดียวร่างบางถึงกับเข่าทรุดทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างคนหมดแรง พร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นมา ไหล่บางสั่นไหวอย่างไม่เป็นจังหวะ “ทะ… ท่านพี่ เร็วเข้ารีบไปเถิดข้าอยากไปหาลูกแล้ว” ลู่เยวี่ยนเอ่ยขึ้นพร้อมกับน้ำตาไหลนองอาบแก้มเนียน
“ไปเถอะน้องหญิง เรารีบไปหาลูกกัน”
“อี้ซื่อ”
“ขอรับ”
“ส่งข่าวลู่เอ๋อร์ไปให้อาเยว่กับอารุ่ยทันที”
“ขอรับนายหญิง” เมื่ออี้ซื่อเร้นกายหายออกไป อี้ถังก็โผล่ออกมาตามคำเรียกหาของผู้เป็นนาย
“อี้ถัง”
“ข้ามาแล้วขอรับ”
“เก็บเรื่องนี้ไว้ อย่าให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ พี่รองรู้เด็ดขาด”
“ทราบแล้วขอรับ”
“ออกเดินทางเลยเถอะน้องหญิง”
“เจ้าค่ะ”