Your Wishlist

อวี้จื่อลู่ ณ หมู่บ้านม่านหมอก (ในที่สุดก็ได้มา)

Author: Solaris Libra

เพียงแค่เงินสามสี่ร้อยบาท ทำให้เธอต้องถึงแก่ความตาย แต่ทำไม๊ ทำไม ต้องมาอยู่ในร่างของเด็กไม่มีหัวคิดแบบนี้ “มีอย่างที่ไหนหนีหมีขึ้นต้นไม้ ใครสั่งใครสอนกัน”

จำนวนตอน : 55

ในที่สุดก็ได้มา

  • 20/06/2569

“ท่านจะร้อนใจไปทำไมกันหยางหลง” เพราะอีกหน่อยพวกมันจะมิได้ตายดีสักคน กล้ามากนะ ที่แอบลอบกัดทีเผลอ หึ! รู้จักข้าน้อยไปเสียแล้ว แต่ว่านะ... เหมือนนางจะนึกอะไรได้ จึงแผดเสียงดังลั่นจนนกแตกฮือบินหนีไปตัวละทิศละทาง “ให้ตายเถอะเจ้าพวกบ้านี่!! รอให้ข้าเก็บมันขึ้นมาก่อนมิได้หรือไง อยากตายกันมากใช่ไหม หึ่ม!!” แม่มอหอแล้วนะ อยากตายเร็วก็ไม่บอก

ไอสังหารแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทั้งยังมีแรงกดดันที่นางปลดปล่อยออกมา บรรยากาศรอบข้างเริ่มแปรเปลี่ยน มืดมัว ลมกรรโชกแรง ใบไม้ปลิวว่อนทั่วสารทิศ สัตว์อสูรที่ขั้นต่ำกว่าต่างแตกตื่นหนีกันให้วุ่นเพราะทนรับแรงกดดันไม่ไหว

อวี้จื่อลู่หลับตาเพ่งสมาธิตรวจจับกลิ่นอายของพวกมือสังหาร ไล่เรียงไปทีละรายอย่างใจเย็น มันไม่ง่ายที่จะหาสมุนไพรตัวนี้เจอ หากไม่มีลูกเผ็ดแล้ว การที่จะหามันเจอนั้นยากเข้าไปอีก จะไม่ให้นางหงุดหงิดอารมณ์เสียได้ยังไงกัน หากวอนหาที่ตายกันนักนางก็จะส่งเคราะห์ให้เอง

อาวุธลับของนางถูกขว้างออกไปตามทิศทางเป้าหมาย มือสังหารที่หลบซ่อนตัวต่างพากันร่วงหล่นจากที่ซ่อนราวใบไม้ร่วง หยางหลงเห็นฝีมือนางยังรู้สึกทึ่ง ไม่คิดว่านางจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ เกรงว่าการที่เขาจะนำนางมาอยู่ข้างกายเป็นอะไรที่คิดไม่ผิดจริง ๆ

ตลอดระยะเวลาสามชั่วยามที่ผ่านมา พวกเขาต่างต้องเจอกับเหล่ามือสังหารที่เข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่ละครั้งกลุ่มนักฆ่าที่มานั้น นับว่ามีฝีมือมากขึ้นเรื่อย ๆ จนคนของหยางหลงเริ่มบาดเจ็บและตกตายด้วยพิษไปหลายคน และการต่อสู้ที่ยาวนานใช่ว่าจะดี แม้นางจะมีพลังขั้นล้ำลึก ทว่าก็มีบ้างที่ต้องหยุดพักร่างกายตนเอง หากใช้พละกำลังติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายเองก็ล้าและอ่อนเพลียได้เช่นกัน มันจึงไม่แปลกที่จะมีอาการเหนื่อยออกมาให้เห็น

ทุกคนต่างสะบักสะบอม มีบาดแผลตามตัวไม่น้อย ที่มีก็คงมีแค่นางกับหยางหลงกระมัง ที่ยังอยู่ในสภาพเรียบร้อยไร้รอยขีดข่วน มีเพียงแค่อาการเหนื่อยหอบและเหงื่อผุดซึมขึ้นตามกรอบหน้าเท่านั้น อวี้จื่อลู่เห็นสภาพของแต่ละคนแล้วได้แต่เห็นใจ

“พวกท่านพักรักษาบาดแผลตามตัวอยู่ที่นี่เถอะ ที่เหลือประเดี๋ยวข้าจัดการเอง” นางคงต้องลงมือไปหาเองแล้วล่ะ จะชักช้ากว่านี้มิได้

ก่อนไปนางไม่ลืมที่จะทิ้งโอสถรักษาบาดแผล โอสถห้ามเลือด โอสถฟื้นฟูและยาต่าง ๆ ไว้ให้ ก่อนเร้นกายหายออกไป แต่ใครจะไปรู้เล่าว่าโอสถที่นางทิ้งไว้ให้จะเห็นผลดีขนาดนั้น เพียงไม่นานพวกเขาก็ตามนางไปติด ๆ โดยที่หยางหลงเองก็เร้นกายตามร่างบางไปก่อนหน้าแล้วเช่นกัน

 

ด้านอวี้จื่อลู่

แยกตัวออกมาตามหาสมุนไพร เพ่งมองไปทั่วบริเวณรอบ ๆ เดินเลียบเคียงตามริมขอบผา หาพุ่มหญ้าแปลกตาทุกพุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะมีน้ำตาหงส์เพลิงซ่อนอยู่ นางก้ม ๆ เงย ๆ ใช้มือเรียวสวยแหวกหญ้าเพื่อตามหาสิ่งที่ต้องการ หญิงสาวทำอยู่อย่างนั้นนานนับครึ่งชั่วยาม ในที่สุดความพยายามของนางก็เห็นผล ไม่ต้องรอให้ใครมาเร่งรัด นางรีบนั่งลงแล้วใช้มือขุดเก็บสมุนไพรขึ้นมาด้วยความโล่งใจ

“เฮ้อ...ในที่สุดก็ได้มา คราวนี้คงจบเรื่องเสียที” นางรีบน้ำสมุนไพรเก็บเข้ามิติทันทีไม่รอให้เกิดเรื่องอย่างเหตุการณ์ก่อนหน้า บอกตรงเลยว่า นางจะมิยอมโง่ซ้ำสองเป็นแน่ ในขณะที่นางกำลังพร่ำพรรณนาในใจอยู่นั้น...

แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ค่อยเข้าข้างนางสักเท่าไหร่ สงสัยกลัวว่านางจะว่างเกินไปมั้ง ถึงได้ส่งมือสังหารมาไม่หยุดถึงเพียงนี้ ว่าแล้วก็มิใช่ของนางเสียทีเดียว แต่ก็นะ... จะโทษก็โทษคนข้าง ๆ นางเถอะ เสน่ห์แรงเหลือเกิน อย่าได้ขยับตัวไปที่ใด จะไปไหนทีก็เจอแต่นักฆ่าตามมาไม่ขาดสาย สตรีพวกนั้นตาถั่วหรือตาบอดหรือไงนะ ถึงได้มาหลงชอบบุรุษที่มีแต่อันตรายอยู่ตลอดเวลา ไม่บ้าก็โง่เต็มทีแล้วล่ะ

“เจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่หรือไงแม่นางน้อย เฮ้ย! จัดการนางซะ!!”

หัวหน้ามือสังหารกล่าวจบ ต่างก็พุ่งถาโถมกันเข้ามาไม่ขาดสาย เสียงอาวุธปะทะดังลั่นหุบเขา กรีดเอาเลือดเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่ว กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งชวนคลื่นเหียนสะอิดสะเอียน เศษชิ้นเนื้อเด็นกระจาย แต่ก็มิได้ทำให้การต่อสู้นี้หยุดชะงักแต่อย่างใด ร่างบางยังคงโรมรันต่อสู้อยู่กับมือสังหาร คนแล้วคนเล่าที่ประมือกับนางต่างตกตายศพไม่สวย ร่างกายมือสังหาร ไม่โดนนางแล่เนื้อก็โดนนางตัดชิ้นส่วนร่างกายทิ้ง สภาพศพไม่สมบูรณ์ นักฆ่าบางคนที่ประมือกับหญิงสาวมักจะโดนเฉือนเนื้อตามร่างกายทิ้งไปทีละชิ้นสองชิ้น นิ้วโดนตัดทิ้งโดยไม่รู้ตัวก็มี บ้างก็โดนปาดคอตายโดยไม่รู้ตัว

การสังหารหมู่ครั้งนี้ทำเอาคนของหยางหลงที่ตามหลังมา หลังจากรักษาบาดแผลและฟื้นฟูกันเสร็จเรียบร้อย ต่างสะพรึงกับภาพที่เห็นและหวาดหวั่นไม่น้อย นี่พวกเขามาเร็วเกินไปใช่ไหมถึงได้มาเห็นอะไรเช่นนี้ ใครจะคิดเล่าว่าสตรีมีใบหน้างดงามดั่งเทพเซียนเช่นนาง ยามมีโทสะจะลงมือได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ พวกเขาต่างพร้อมใจกันหันไปมองท่านเจ้าหอเป็นตาเดียวกัน พลางกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ด้วยความหวั่นใจแทน

ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากภายภาคหน้าท่านเจ้าหอทำอะไรร้ายแรงลงไป สภาพเขาคงไม่ต่างจากศพมือสังหารพวกนี้เป็นแน่ ว่าที่ฮูหยินเจ้าหอ จะน่ากลัวเกินไปหรือไม่? แลดูเหมือนท่านเจ้าหอว่าโหดแล้ว แต่พอมาเห็นแบบนี้บอกได้เลย สตรีตรงหน้าน่าจะ... คงไม่ต้องพูดให้มากความก็น่าจะรู้ ๆ กันอยู่ แล้วดูสิเหมือนว่าจะถูกใจท่านเจ้าหอเข้าแล้ว

“เป็นอย่างไรบ้างลู่ลู่ พอจะใจเย็นลงบ้างหรือไม่?”

“อืม ก็นิดหน่อย”

“อยากออกกำลังอีกสักรอบไหม”

“หืม ยังมีมาอีกหรือ?” นางเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ คนอะไรจะเนื้อหอมขนาดนั้น

“อยู่ข้างกายข้าบ่อย ๆ อีกเดี๋ยวเจ้าก็ชินไปเอง”

“ขอปฏิเสธ!!”

“แล้วข้าไม่ดีตรงไหน เจ้าถึงรีบปฏิเสธเสียรวดเร็วแบบนี้”

“คนที่เรียกหาแต่กลิ่นเลือดเช่นท่านเนี่ยนะ น่าเข้าใกล้ตรงไหนกัน”

“อย่างน้อยข้าก็ปกป้องเจ้าได้นะ”

“ไม่ล่ะ! ข้าดูแลตัวเองได้”

“แต่มีข้าเพิ่มเข้าไปด้วย จะได้ปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกอย่างไรเล่า”

“อันตรายกว่าเดิมสิไม่ว่า!” มีหวังหัวกระไดบ้านข้าคงมีแต่คราบเลือดแทนน่ะสิ มีมือสังหารเข้ามาหาไม่เว้นแต่ละวัน แล้วเมื่อไหร่จะได้อยู่อย่างสงบกันล่ะ

“อีกไม่นานเจ้าเชื่อข้าสิ...”

“อืม”

ทั้งคู่ยังคงเดินหาสมุนไพรไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจซากศพทางด้านหลัง ทั้งยังพูดคุยหยอกล้อกันมาตลอดทาง จนทั้งคู่เดินมาถึงริมหน้าผาลึก

หางตาหยางหลงเหลือบไปเห็นลูกธนูพุ่งตรงมาทางร่างบาง ไม่รอช้าเขารีบดึงตัวหญิงสาวเข้ามาโอบกอดแน่น แล้วใช้ร่างตนเองรับลูกธนูดอกนั้นที่พุ่งเข้ามาแทน

“ลู่เอ๋อร์...ระวัง!!”

ฟิ้ววว!

ฉึก!!

กลับหน้าหลัก ตอนก่อนหน้า