เพียงแค่เงินสามสี่ร้อยบาท ทำให้เธอต้องถึงแก่ความตาย แต่ทำไม๊ ทำไม ต้องมาอยู่ในร่างของเด็กไม่มีหัวคิดแบบนี้ “มีอย่างที่ไหนหนีหมีขึ้นต้นไม้ ใครสั่งใครสอนกัน”
เพียงแค่เงินสามสี่ร้อยบาท ทำให้เธอต้องถึงแก่ความตาย แต่ทำไม๊ ทำไม ต้องมาอยู่ในร่างของเด็กไม่มีหัวคิดแบบนี้ “มีอย่างที่ไหนหนีหมีขึ้นต้นไม้ ใครสั่งใครสอนกัน”
“ท่านจะร้อนใจไปทำไมกันหยางหลง” เพราะอีกหน่อยพวกมันจะมิได้ตายดีสักคน กล้ามากนะ ที่แอบลอบกัดทีเผลอ หึ! รู้จักข้าน้อยไปเสียแล้ว แต่ว่านะ... เหมือนนางจะนึกอะไรได้ จึงแผดเสียงดังลั่นจนนกแตกฮือบินหนีไปตัวละทิศละทาง “ให้ตายเถอะเจ้าพวกบ้านี่!! รอให้ข้าเก็บมันขึ้นมาก่อนมิได้หรือไง อยากตายกันมากใช่ไหม หึ่ม!!” แม่มอหอแล้วนะ อยากตายเร็วก็ไม่บอก
ไอสังหารแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทั้งยังมีแรงกดดันที่นางปลดปล่อยออกมา บรรยากาศรอบข้างเริ่มแปรเปลี่ยน มืดมัว ลมกรรโชกแรง ใบไม้ปลิวว่อนทั่วสารทิศ สัตว์อสูรที่ขั้นต่ำกว่าต่างแตกตื่นหนีกันให้วุ่นเพราะทนรับแรงกดดันไม่ไหว
อวี้จื่อลู่หลับตาเพ่งสมาธิตรวจจับกลิ่นอายของพวกมือสังหาร ไล่เรียงไปทีละรายอย่างใจเย็น มันไม่ง่ายที่จะหาสมุนไพรตัวนี้เจอ หากไม่มีลูกเผ็ดแล้ว การที่จะหามันเจอนั้นยากเข้าไปอีก จะไม่ให้นางหงุดหงิดอารมณ์เสียได้ยังไงกัน หากวอนหาที่ตายกันนักนางก็จะส่งเคราะห์ให้เอง
อาวุธลับของนางถูกขว้างออกไปตามทิศทางเป้าหมาย มือสังหารที่หลบซ่อนตัวต่างพากันร่วงหล่นจากที่ซ่อนราวใบไม้ร่วง หยางหลงเห็นฝีมือนางยังรู้สึกทึ่ง ไม่คิดว่านางจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ เกรงว่าการที่เขาจะนำนางมาอยู่ข้างกายเป็นอะไรที่คิดไม่ผิดจริง ๆ
ตลอดระยะเวลาสามชั่วยามที่ผ่านมา พวกเขาต่างต้องเจอกับเหล่ามือสังหารที่เข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่ละครั้งกลุ่มนักฆ่าที่มานั้น นับว่ามีฝีมือมากขึ้นเรื่อย ๆ จนคนของหยางหลงเริ่มบาดเจ็บและตกตายด้วยพิษไปหลายคน และการต่อสู้ที่ยาวนานใช่ว่าจะดี แม้นางจะมีพลังขั้นล้ำลึก ทว่าก็มีบ้างที่ต้องหยุดพักร่างกายตนเอง หากใช้พละกำลังติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายเองก็ล้าและอ่อนเพลียได้เช่นกัน มันจึงไม่แปลกที่จะมีอาการเหนื่อยออกมาให้เห็น
ทุกคนต่างสะบักสะบอม มีบาดแผลตามตัวไม่น้อย ที่มีก็คงมีแค่นางกับหยางหลงกระมัง ที่ยังอยู่ในสภาพเรียบร้อยไร้รอยขีดข่วน มีเพียงแค่อาการเหนื่อยหอบและเหงื่อผุดซึมขึ้นตามกรอบหน้าเท่านั้น อวี้จื่อลู่เห็นสภาพของแต่ละคนแล้วได้แต่เห็นใจ
“พวกท่านพักรักษาบาดแผลตามตัวอยู่ที่นี่เถอะ ที่เหลือประเดี๋ยวข้าจัดการเอง” นางคงต้องลงมือไปหาเองแล้วล่ะ จะชักช้ากว่านี้มิได้
ก่อนไปนางไม่ลืมที่จะทิ้งโอสถรักษาบาดแผล โอสถห้ามเลือด โอสถฟื้นฟูและยาต่าง ๆ ไว้ให้ ก่อนเร้นกายหายออกไป แต่ใครจะไปรู้เล่าว่าโอสถที่นางทิ้งไว้ให้จะเห็นผลดีขนาดนั้น เพียงไม่นานพวกเขาก็ตามนางไปติด ๆ โดยที่หยางหลงเองก็เร้นกายตามร่างบางไปก่อนหน้าแล้วเช่นกัน
ด้านอวี้จื่อลู่
แยกตัวออกมาตามหาสมุนไพร เพ่งมองไปทั่วบริเวณรอบ ๆ เดินเลียบเคียงตามริมขอบผา หาพุ่มหญ้าแปลกตาทุกพุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะมีน้ำตาหงส์เพลิงซ่อนอยู่ นางก้ม ๆ เงย ๆ ใช้มือเรียวสวยแหวกหญ้าเพื่อตามหาสิ่งที่ต้องการ หญิงสาวทำอยู่อย่างนั้นนานนับครึ่งชั่วยาม ในที่สุดความพยายามของนางก็เห็นผล ไม่ต้องรอให้ใครมาเร่งรัด นางรีบนั่งลงแล้วใช้มือขุดเก็บสมุนไพรขึ้นมาด้วยความโล่งใจ
“เฮ้อ...ในที่สุดก็ได้มา คราวนี้คงจบเรื่องเสียที” นางรีบน้ำสมุนไพรเก็บเข้ามิติทันทีไม่รอให้เกิดเรื่องอย่างเหตุการณ์ก่อนหน้า บอกตรงเลยว่า นางจะมิยอมโง่ซ้ำสองเป็นแน่ ในขณะที่นางกำลังพร่ำพรรณนาในใจอยู่นั้น...
แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ค่อยเข้าข้างนางสักเท่าไหร่ สงสัยกลัวว่านางจะว่างเกินไปมั้ง ถึงได้ส่งมือสังหารมาไม่หยุดถึงเพียงนี้ ว่าแล้วก็มิใช่ของนางเสียทีเดียว แต่ก็นะ... จะโทษก็โทษคนข้าง ๆ นางเถอะ เสน่ห์แรงเหลือเกิน อย่าได้ขยับตัวไปที่ใด จะไปไหนทีก็เจอแต่นักฆ่าตามมาไม่ขาดสาย สตรีพวกนั้นตาถั่วหรือตาบอดหรือไงนะ ถึงได้มาหลงชอบบุรุษที่มีแต่อันตรายอยู่ตลอดเวลา ไม่บ้าก็โง่เต็มทีแล้วล่ะ
“เจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่หรือไงแม่นางน้อย เฮ้ย! จัดการนางซะ!!”
หัวหน้ามือสังหารกล่าวจบ ต่างก็พุ่งถาโถมกันเข้ามาไม่ขาดสาย เสียงอาวุธปะทะดังลั่นหุบเขา กรีดเอาเลือดเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่ว กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งชวนคลื่นเหียนสะอิดสะเอียน เศษชิ้นเนื้อเด็นกระจาย แต่ก็มิได้ทำให้การต่อสู้นี้หยุดชะงักแต่อย่างใด ร่างบางยังคงโรมรันต่อสู้อยู่กับมือสังหาร คนแล้วคนเล่าที่ประมือกับนางต่างตกตายศพไม่สวย ร่างกายมือสังหาร ไม่โดนนางแล่เนื้อก็โดนนางตัดชิ้นส่วนร่างกายทิ้ง สภาพศพไม่สมบูรณ์ นักฆ่าบางคนที่ประมือกับหญิงสาวมักจะโดนเฉือนเนื้อตามร่างกายทิ้งไปทีละชิ้นสองชิ้น นิ้วโดนตัดทิ้งโดยไม่รู้ตัวก็มี บ้างก็โดนปาดคอตายโดยไม่รู้ตัว
การสังหารหมู่ครั้งนี้ทำเอาคนของหยางหลงที่ตามหลังมา หลังจากรักษาบาดแผลและฟื้นฟูกันเสร็จเรียบร้อย ต่างสะพรึงกับภาพที่เห็นและหวาดหวั่นไม่น้อย นี่พวกเขามาเร็วเกินไปใช่ไหมถึงได้มาเห็นอะไรเช่นนี้ ใครจะคิดเล่าว่าสตรีมีใบหน้างดงามดั่งเทพเซียนเช่นนาง ยามมีโทสะจะลงมือได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ พวกเขาต่างพร้อมใจกันหันไปมองท่านเจ้าหอเป็นตาเดียวกัน พลางกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ด้วยความหวั่นใจแทน
ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากภายภาคหน้าท่านเจ้าหอทำอะไรร้ายแรงลงไป สภาพเขาคงไม่ต่างจากศพมือสังหารพวกนี้เป็นแน่ ว่าที่ฮูหยินเจ้าหอ จะน่ากลัวเกินไปหรือไม่? แลดูเหมือนท่านเจ้าหอว่าโหดแล้ว แต่พอมาเห็นแบบนี้บอกได้เลย สตรีตรงหน้าน่าจะ... คงไม่ต้องพูดให้มากความก็น่าจะรู้ ๆ กันอยู่ แล้วดูสิเหมือนว่าจะถูกใจท่านเจ้าหอเข้าแล้ว
“เป็นอย่างไรบ้างลู่ลู่ พอจะใจเย็นลงบ้างหรือไม่?”
“อืม ก็นิดหน่อย”
“อยากออกกำลังอีกสักรอบไหม”
“หืม ยังมีมาอีกหรือ?” นางเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ คนอะไรจะเนื้อหอมขนาดนั้น
“อยู่ข้างกายข้าบ่อย ๆ อีกเดี๋ยวเจ้าก็ชินไปเอง”
“ขอปฏิเสธ!!”
“แล้วข้าไม่ดีตรงไหน เจ้าถึงรีบปฏิเสธเสียรวดเร็วแบบนี้”
“คนที่เรียกหาแต่กลิ่นเลือดเช่นท่านเนี่ยนะ น่าเข้าใกล้ตรงไหนกัน”
“อย่างน้อยข้าก็ปกป้องเจ้าได้นะ”
“ไม่ล่ะ! ข้าดูแลตัวเองได้”
“แต่มีข้าเพิ่มเข้าไปด้วย จะได้ปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกอย่างไรเล่า”
“อันตรายกว่าเดิมสิไม่ว่า!” มีหวังหัวกระไดบ้านข้าคงมีแต่คราบเลือดแทนน่ะสิ มีมือสังหารเข้ามาหาไม่เว้นแต่ละวัน แล้วเมื่อไหร่จะได้อยู่อย่างสงบกันล่ะ
“อีกไม่นานเจ้าเชื่อข้าสิ...”
“อืม”
ทั้งคู่ยังคงเดินหาสมุนไพรไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจซากศพทางด้านหลัง ทั้งยังพูดคุยหยอกล้อกันมาตลอดทาง จนทั้งคู่เดินมาถึงริมหน้าผาลึก
หางตาหยางหลงเหลือบไปเห็นลูกธนูพุ่งตรงมาทางร่างบาง ไม่รอช้าเขารีบดึงตัวหญิงสาวเข้ามาโอบกอดแน่น แล้วใช้ร่างตนเองรับลูกธนูดอกนั้นที่พุ่งเข้ามาแทน
“ลู่เอ๋อร์...ระวัง!!”
ฟิ้ววว!
ฉึก!!